วัดลานมะขวิด
ข้างหลังภาพ

วัดลานมะขวิด

 

“วัดลานมะขวิด” หลายท่านอาจจะไม่คุ้นกับชื่อนี้  แต่หากกล่าวถึงชื่อ “วัดป่าเลไลยก์” คงถึงบางอ้อกันอย่างแน่นอน  ในประวัติศาสตร์ของเมืองสุพรรณบุรีนั้น มีการกล่าวถึงชื่อวัดลานมะขวิดอยู่ในพระราชพงศาวดารเหนือ ฉบับพระวิเชียรปรีชา (น้อย) มีความว่า

 

ขณะนั้นพระเจ้ากาแตเปนเชื้อมาแต่นเรศร์หงษาวดี ได้มาเสวยราชสมบัติ แล้วมาบุรณวัดโปรดสัตววัดหนึ่ง วัดภูเขาทองวัดหนึ่ง วัดใหญ่วัดหนึ่ง สามวัดนี้แล้ว จึงให้มอญน้อยเปนเชื้อมาแต่พระองค์ ออกไปสร้างวัดสนามไชย แล้วมาบุรณวัดพระปาเลไลยในวัดลานมะขวิด แขวงเมืองพันธุมบุรีนั้น ข้าราชการบุรณวัดแล้ว ก็ชวนกันบวชเสียสิ้นสองพันคน จึงขนานนามเมืองใหม่ชื่อว่าเมืองสองพันบุรี แล้วพระองค์จึงยกนาเปนส่วนสัดวัดไว้ พระองค์อยู่ในศิริราชสมบัติ 40 ปีจึงสวรรคต จุลศักราช 565 ขาลเบญจศก

 

ทำให้พอสันนิษฐานได้ว่าในอดีตนั้น ณ บริเวณโดยรอบพระวิหารของวัดป่าเลไลยก์น่าจะมีต้นมะขวิดอยู่จำนวนมากจนชาวบ้านหรือข้าราชการกรมการเมืองต่างเรียกขานกันว่า ลานมะขวิด และเรียกวัดที่ตั้งอยู่ในบริเวณนั้นว่า วัดลานมะขวิด ด้วย

 

 

 

 

 

 

วัดป่าเลไลยก์ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นพระอารามหลวงในสมัยรัชกาลที่ 6 เมื่อวันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2462  ต่อมาได้ก่อสร้างพระอุโบสถขึ้นหลังหนึ่งโดยความร่วมมือของชาวบ้านและได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา ที่หน้าบันของพระอุโบสถมีตัวอักษรจารึกเขียนไว้ว่า สร้างเสร็จเมื่อปีฉลู สัตตศก พ.ศ. 2468 รัตนโกสินทรศก 144

 

ปัจจุบัน ภายในวัดป่าเลไลยก์ยังคงปรากฏต้นมะขวิดรายล้อมพระวิหารหลวงพ่อโตอยู่เพียงไม่กี่ต้น แต่ก็พอจะเป็นหลักฐานยืนยันถึงที่มาของชื่อเดิมของวัด ส่วนพื้นที่ที่เคยเป็นลานมะขวิดนั้น ปัจจุบันได้กลายเป็นลานจอดรถสำหรับผู้ที่มาเยี่ยมเยือนวัดไปแล้ว


เมธินีย์ ชอุ่มผล

กองบรรณาธิการวารสารเมืองโบราณ