ค้นหา 
เรื่องเก่าเล่าสู่
...
ตำนานวัดบางระโหง 1016 คนอ่าน  
.
.

          ตำนานวัดบางระโหงที่ตำบลบางกร่าง อำเภอเมืองนนทบุรี เล่าว่าคนมอญ (บางคนว่าคนจีน) ที่อพยพจากหงสาวดีได้สร้างวัดนี้ เดิมมีเสาหงส์อยู่หน้าวัดพร้อมทั้งเจดีย์คู่ และสิงโต หลวงพ่อใหญ่ในอุโบสถและหลวงพ่อขาวในพระวิหารนั้นศักดิ์สิทธิ์เป็นที่เคารพสักการะ เวลาแม่ค้าพายเรือผ่านหน้าวัด มักตั้งจิตอธิษฐานแล้ววักน้ำมาลูบเนื้อลูบตัว เชื่อว่าจะค้าขายดี



.
. ผู้บันทึก: staff เมื่อ 2013-02-15 11:00:00.
.
 
  ก่อนจะถึงฟิกซ์เกียร์ [ 0 ความเห็น ]
  คือว่า...นั่นมันไม่ใช่... [ 0 ความเห็น ]
  ใครว่าเค้าแกล้ง ? [ 0 ความเห็น ]
  จะได้จำกันได้..ไง.. [ 0 ความเห็น ]

ภาคสนาม
...
ชมศิลป์ที่วัดเชิงท่า 345 คนอ่าน  
.
.

วัดที่ใช้ชื่อว่า “วัดเชิงท่า” มีอยู่หลายแห่ง ทั้งที่นนทบุรี ปทุมธานี ลพบุรี แถมมีอีกสองแห่งในอยุธยา คือที่อำเภอบางปะอินและอำเภอพระนครศรีอยุธยา แต่วัดเชิงท่าที่จะพาไปชมในคราวนี้คือวัดหลังสุดที่กล่าวถึง



.
. ผู้บันทึก: staff เมื่อ 2014-10-11 12:00:00.
.
 
  ตึกเก่า [ 0 ความเห็น ]
  ตลาดหัวตะเข้ [ 0 ความเห็น ]
  สีสันงานวัด [ 0 ความเห็น ]
  วัดกุฏิบางเค็ม [ 0 ความเห็น ]

รูปถ่ายลายเส้น
...
รอยจารึก 246 คนอ่าน  
.
.

ใต้ถุนศาลาใหญ่ของวัดบ้านทราย ตำบลบ้านทราย อำเภอบ้านหมี่ ลพบุรี

คือที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ไทยพวนบ้านทราย

ที่หน้าห้องพิพิธภัณฑ์นั้น มีเสาต้นหนึ่งจารึกหลักฐานประวัติศาสตร์ของพิพิธภัณฑ์เอาไว้



.
. ผู้บันทึก: staff เมื่อ 2014-07-15 12:00:00.
.
 
  หน้าต่างมี ''หู'' [ 0 ความเห็น ]
  อะไร ? [ 0 ความเห็น ]
  ตู้ไปรษณีย์ที่ใหญ่ที่สุด! [ 0 ความเห็น ]
  ณ อนุสาวรีย์ที่หน้าโรงพยาบาล [ 0 ความเห็น ]

ชุมชนพิพิธภัณฑ์
...
เปิดพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี 194 คนอ่าน  
.
.

       สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (สพร.) ร่วมกับ จังหวัดพิษณุโลก, เทศบาลนครพิษณุโลก, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพิษณุโลก ได้ลงนามความร่วมมือและแถลงข่าว การเปิดตัวพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวีในรูปแบบ Discovery Museum พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ต้นแบบแห่งแรกในจังหวัดพิษณุโลก ที่พร้อมเปิดให้ประชาชนและเยาวชนได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ของการชมพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้รูปแบบใหม่ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
 
       “พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี” แห่งนี้ก่อตั้งขึ้น โดย จ่าสิบเอก ดร.ทวี บูรณเขตต์ เพื่อเก็บอดีตให้อนุชนรุ่นหลังได้เห็น และศึกษา อย่างเป็นระบบและมีมาตรฐานการจัดการในระดับสากล และเพื่อการคงอยู่อย่างยั่งยืนของแหล่งเรียนรู้โดยภายในพิพิธภัณฑ์ ได้ทำหน้าที่รวบรวมข้าวของเครื่องใช้ที่แสดงวิถีพื้นบ้านของชาวเมืองพิษณุโลก และภาคเหนือตอนล่าง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องจักสาน กระต่ายขูดมะพร้าว เครื่องมือจับปลา เครื่องดักสัตว์ ตะเกียง เครื่องปั้นดินเผานับหมื่นๆ ชิ้น มาจัดแสดง หรืออีกนัยหนึ่ง อาจกล่าวได้ว่า “พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี” แห่งนี้ คือขุมทรัพย์ทางประวัติศาสตร์ และภูมิปัญญาไทย ที่เก็บรวบรวมวิถีชาวบ้านที่นับวันจะหาดูได้ยากในปัจจุบันมากที่สุดอีกหนึ่งพิพิธภัณฑ์ในประเทศไทย
 
       นายราเมศ พรหมเย็น ผู้อำนวยการสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (สพร.) กล่าวว่า สพร.ต้องการพัฒนาสนับสนุน ให้พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี คือแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในรูปแบบของพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ จะเป็นฐานในการศึกษาเพื่อพัฒนาพิพิธภัณฑ์มีชีวิต ที่บรรจุด้วยองค์ความรู้ และเป็นต้นแบบของการสร้างสรรค์แหล่งเรียนรู้ ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการสร้างเครือข่ายของพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ในภูมิภาค ผ่าน 4 วิธีการหลัก ดังนี้
 
       ด้านกายภาพ สพร. ใช้หลักการของ universal design เช่น การออกแบบให้คนพิการสามารถเข้าถึงพิพิธภัณฑ์ได้ การออกแบบลำดับประสบการณ์การชมโดยเพิ่มพื้นที่ orientation หรือการแสดงแนวคิดหลักของพิพิธภัณฑ์เพื่อสร้างความเข้าใจกับผู้ชมก่อนเข้าชมนิทรรศการ
 
       ด้านนิทรรศการ ปรับรูปแบบการเรียนรู้ให้เป็นแบบ discovery museum เน้นการเรียนรู้ด้วยตนเองเป็นหลัก ผ่านเทคนิคการเล่าเรื่องแบบ story telling ผ่านเทคโนโลยี และการมีส่วนร่วมของผู้ชมในการเข้าถึงข้อมูลด้วยตนเอง เช่น เกม หรือ อุปกรณ์ต่างๆ ที่ต้องดึง ผลัก ชักโยกด้วยตนเอง
 
       ด้านการประชาสัมพันธ์ เน้นการสร้างให้พิพิธภัณฑ์จ่าทวีมีความโดดเด่นสะดุดตา และง่ายต่อการเข้าถึง เพื่อเป็นการเชิญชวนให้มีผู้สนใจเข้าชมพิพิธภัณฑ์มากขึ้น
 
       และสุดท้าย ด้านความยั่งยืน ของการบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์ โดยการสนับสนุนให้เกิดการมีส่วนร่วมของหน่วยงานภาครัฐ และคนในพื้นที่ เพราะพิพิธภัณฑ์ที่ดีจะต้องเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน และขับเคลื่อนโดยคนในชุมชนเอง
 
       นอกจากนี้ พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี จังหวัดพิษณุโลก ได้เปิดให้ประชาชนชาวไทยเข้าชมฟรี ในโอกาสการเปิดตัวพิพิธภัณฑ์ในรูปแบบ Discovery Museum โดยสามารถเข้าชมฟรีได้ทุกวันจันทร์ และวันอังคาร ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 15 เมษายน 2558 โดยเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.30-16.30 น. สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร.055-212749 (ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร 14 มกราคม 2558)



.
. ผู้บันทึก: MBJ เมื่อ 2015-01-14 09:00:00.
.
 
  พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ [ 0 ความเห็น ]
  เมื่อแผ่นดินสิ้นสูญ...พระศาสนา ! [ 0 ความเห็น ]
  พิพิธภัณฑ์บริขารพระครูบาเจ้าศรีวิชัย [ 0 ความเห็น ]
  พิพิธภัณฑ์เมืองตราด [ 0 ความเห็น ]

เก็บข่าวเข้าแฟ้ม
...
ฮือฮา!! พบอุโมงค์-หลุมหลบภัยทหารญี่ปุ่น สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 อยู่ใต้รร. 59 คนอ่าน  
.
.

ภาพ : ข่าวสด



       ข้าราชการบำนาญครู พบปากอุโมงค์และหลุมหลบภัย ทหารญี่ปุ่น สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ก่อนประสานผู้สื่อข่าวเข้าทำการพิสูจน์ทราบ ที่หน้ารั้วโรงเรียนกระบุรีวิทยา ติดกับถนนเพชรเกษม ต.น้ำจืด อ.กระบุรี จ.ระนอง พบทางเข้าเดิมมีกอหญ้าและดินปิดทับ มุดเข้าด้านใน ขุดเป็นโดมลักษณะครึ่งวงกลม เส้นผ่าศูนย์กลางกว้าง 2.5 เมตร และสูง 2.5 เมตร  สามารถบรรจุคนได้ 10-15 คน ส่วนผนังด้านในสุด เป็นช่องอุโมงค์ ขนาดกว้าง 0.5 เมตร สูง 1.50 เมตร แต่มีดินใหม่และหินปิดทับทางเข้า

       ครูบำนาญเผยเป็นศิษย์เก่าชั้นมัธยมศึกษาที่ 1 รุ่นแรก สมัยก่อสร้างโรงเรียน เคยเข้ามามุดอุโมงค์นี้เล่นกับเพื่อนๆ มีความยาวไม่ต่ำกว่า 30 เมตร ก่อนจะไปเชื่อมกับหลุมหลบภัยอื่นๆ ที่มีไม่ต่ำกว่า 10 หลุม รอบเนินเขา ตรงกลางสามารถไปโผล่สนามหญ้าหน้าโรงเรียน และเส้นทางอุโมงค์ จะอยู่ใต้พื้นดินที่ตั้งของโรงเรียนกระบุรีวิทยาในปัจจุบัน เดิมจะเป็นเนินเขา และที่ตั้งของค่ายทหารญี่ปุ่น ที่เข้ามาทำเส้นทางรถไฟ เชื่อมจากบ้านเขาสามแก้ว ตำบลนาชะอัง อำเภอเมืองจังหวัดชุมพร มาบ้านเขาฝาชี ตำบลบางแก้ว อำเภอละอุ่น จังหวัดระนอง ตั้งแต่ปี พ.ศ.2486 – พ.ศ. 2487

      โดยเมื่อวันที่ 5 ก.พ. ผู้สื่อข่าว ข่าวสด ได้รับการประสานจาก นายจุฬา อ.โชติคุต ข้าราชการบำนาญครู วัย 66 ปี อยู่ ต.น้ำจืด อ.กระบุรี จ.ระนอง ว่าพบปากอุโมงค์หลุมหลบภัย ของทหารญี่ปุ่น ที่สร้างสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ขณะรุกเข้ามาในประเทศไทย และก่อสร้างเส้นทางรถไฟ เพื่อใช้เป็นเส้นทางลำเลียงพล และยุทธภัณฑ์สงคราม เพื่อข้ามไปประเทศเมียนมาร์ และทำสงครามกับชาติพันธมิตรที่ประเทศอินเดีย จึงเดินทางเข้าสำรวจ  

       ปากอุโมงค์ทางเข้าหลุมหลบภัย จะอยู่ที่ใต้คันดิน หน้ารั้วโรงเรียนกระบุรีวิทยา ห่างถนนเพชรเกษม อ.กระบุรี จ.ระนอง เพียง 20 เมตร นายจุฬา อ.โชติคุต และนายสุดแสน  พรากเพียร เพื่อนบ้าน ได้ใช้มีดพร้าทำการเปิดพงหญ้า และปากหลุมขนาดคนลอดเข้าไปได้ ก่อนจะมุดเข้าไปสำรวจ  ซึ่งภายในพบผนังดินถูกขุดเป็นรูปโดมลักษณะครึ่งวงกลม เส้นผ่าศูนย์กลางกว้าง 2.5 เมตร และสูง 2.5 เมตร สามารถบรรจุคนได้ 10-15 คน ส่วนผนังด้านในสุด เป็นช่องอุโมงค์ ขนาดกว้าง 0.5 เมตร สูง 1.50 เมตร แต่มีดินและหินปิดทับทางเข้า

       นายจุฬา ครูบำนาญชี้ว่า ตนเป็นศิษย์เก่าชั้นมัธยมศึกษาที่ 1 รุ่นแรก สมัยก่อสร้างโรงเรียน เคยเข้ามามุดอุโมงค์นี้เล่นกับเพื่อนๆ มีความยาวไม่ต่ำกว่า 30-40 เมตร ก่อนจะไปเชื่อมกับหลุมหลบภัยอื่นๆ ที่มีไม่ต่ำกว่า 10 หลุม รอบเนินเขา ตรงกลางสามารถไปโผล่สนามหญ้าหน้าโรงเรียน ตอนนั้นอายุประมาณ 15–16 ปี และเส้นทางอุโมงค์ จะอยู่ใต้พื้นดินที่ตั้งของโรงเรียนกระบุรีวิทยาในปัจจุบัน เดิมจะเป็นเนินเขา และที่ตั้งของค่ายทหารญี่ปุ่น ที่เข้ามาทำเส้นทางรถไฟ เชื่อมจากบ้านเขาสามแก้ว ตำบลนาชะอัง อำเภอเมืองจังหวัดชุมพร มาบ้านเขาฝาชี ตำบลบางแก้ว อำเภอละอุ่น จังหวัดระนอง ตั้งแต่ปี พ.ศ.2486 – พ.ศ. 2487

       ต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันบูรณะ อนุรักษ์ อุโมงค์และหลุมหลบภัยที่ทหารญี่ปุ่นขุดไว้ เพื่อป้องกันการโจมตีทางอากาศ และรักษาไว้ เพื่อให้อนุชนรุ่นหลัง ได้ทราบว่า สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ทหารญี่ปุ่นได้เคยสร้างเส้นทางรถไฟผ่านตรงจุดนี้ และบูรณะไว้ให้คนทั่วไปได้รู้จัก แม้กระทั่งคนกระบุรีเองยังไม่รู้ จะได้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ของชาวอำเภอกระบุรี ต่อไป

       อุโมงค์และหลุมหลบภัยของทหารญี่ปุ่นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่พบหน้าโรงเรียนกระบุรีวิทยานี้ ยังไม่มีหน่วยงานไหนทราบ หรือเข้ามาทำการพิสูจน์ นายจุฬา อ.โชติคุต ที่มีบ้านพักอาศัยอยู่ข้างโรงเรียน พบปากทางเข้าอุโมงค์และหลุมหลบภัยเข้าโดยบังเอิญ หลังจากเคยเข้าไปในอุโมงค์นี้กว่า 50 ปีแล้ว จึงแจ้งผู้สื่อข่าวเข้าร่วมทำการพิสูจน์เบื้องต้น และในพื้นที่อ.กระบุรี ยังมีร่องรอย และหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับเส้นทางรถไฟในอดีต ซึ่งผู้สื่อข่าวจะทำการตรวจสอบเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาร่วมอนุรักษ์หลักฐานทางประวัติศาสตร์ ที่สำคัญของชาติ ที่มีอายุร่วมกว่า 70 ปี (ข่าวสด 6 กุมภาพันธ์ 2558)



.
. ผู้บันทึก: MBJ เมื่อ 2015-02-06 09:00:00.
.
 
  จัดแสดงโบราณวัตถุคืนถิ่นกว่า 200 ชิ้น [ 0 ความเห็น ]
  พบซากเรือโบราณในแม่น้ำแม่กลอง [ 0 ความเห็น ]
  ‘พระนคร’...แหล่งท่องเที่ยวประวัติศาสตร์ [ 0 ความเห็น ]
  “ผามออีแดง” อุทยานฯ เขาพระวิหาร ชายแดนไทย-กัมพูชา เงียบเหงา เหตุขึ้นค่าธรรมเนียม [ 0 ความเห็น ]

ณ ริมขอบฟ้า โดย ศรัณย์ ทองปาน
...
แดดเช้า 1286 คนอ่าน  
.
.


.
. ผู้บันทึก: staff เมื่อ 2012-09-11 12:00:00.
.
 
  อะไรอยู่ที่ชายหาด [ 0 ความเห็น ]
  on the move [ 0 ความเห็น ]
  ติดเกาะ! [ 0 ความเห็น ]
  พระนครคีรี - เพชรบุรี มี 'เขาวัง' [ 0 ความเห็น ]

ครัวโบราณ ร้านน่านั่ง
...
ได้เวลาของความบันเทิงลิ้นกันแล้ว..! 5724 คนอ่าน  
.
.

กินไหหลำแบบหรูหรา

ที่ "สุธาทิพย์"

เรื่อง/ภาพ: กฤช เหลือลมัย

 

       

        ถ้าถามถึงกับข้าวแบบจีนไหหลำ ว่ามีอะไรบ้างที่คุ้นหูคุ้นปากคุ้นลิ้นนักกินชาวสยามอย่างเราๆ ก็เห็นจะเป็นของที่มีคำว่า “ไหหลำ” ต่อท้ายนั่นเองครับ ไล่มาตั้งแต่ข้าวมันไก่ไหหลำ ผัดจับฉ่ายไหหลำ หมูแดงไหหลำ ข้าวต้มเนื้อวัวใส่ขิงแบบไหหลำ และแน่นอน ขนมจีนไหหลำ ที่คนแต่ก่อนเล่ากันว่าจะได้กินของอร่อยเอาก็ตอนไปดูงิ้วไหหลำเล่นเท่านั้น       



.
. ผู้บันทึก: soma_sakandha เมื่อ 2011-02-15 17:10:38.
.
 
  มาอิ่มอารมณ์ดีกัน.. [ 0 ความเห็น ]
  อิ่มอร่อยที่ครัวอาสา [ 0 ความเห็น ]
  พิมพ์ใจที่ "พิมพ์รส" [ 0 ความเห็น ]
  อร่อยเด็ดสะใจ- เมืองโอ่ง [ 0 ความเห็น ]

ในแผง-นอกแผง
...
พ่ออังคารผู้มาจากดาวโลก 2 คนอ่าน  
.
.

พ่ออังคาร

ผู้มาจากดาวโลก

อ้อมแก้ว กัลยาณพงศ์

จัดพิมพ์โดยผู้เขียน ๒๕๕๗

๑๕๒ หน้า ๒๓๐ บาท

 

ใครบางคนเคยกล่าวไว้ว่า “ใครจะเล่าเรื่องศิลปะได้ดีกว่าศิลปิน” หนังสือเล่มนี้อาจเป็นส่วนขยายของสำนวนนั้นต่อไปได้อีกว่า “แล้วใครจะเล่าเรื่องศิลปินได้ดีกว่าลูกศิลปิน” อ้อมแก้ว กัลยาณพงศ์ ธิดาของศิลปินแห่งชาติ อังคาร กัลยาณพงศ์ (พ.ศ. ๒๔๖๙ – ๒๕๕๕) เขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นเป็นบันทึกถึง “ท่านอังคาร” จากสายตาของคนในครอบครัว



.
. ผู้บันทึก: staff เมื่อ 2015-02-28 12:00:00.
.
 
  พาเที่ยวพม่า พม่าพาเที่ยว [ 0 ความเห็น ]
  เที่ยวเมืองญี่ปุ่น กับบุญช่วย ศรีสวัสดิ์ [ 0 ความเห็น ]
  ทอดน่องท่องเที่ยว อ.ศรีมโหสถ จ.ปราจีนบุรี [ 0 ความเห็น ]
  ประวัติศาสตร์ศิลปะบันดาลใจ [ 0 ความเห็น ]

. . .
ข่าว+กิจกรรม »  ข่าวประชาสัมพันธ์ จากสำนักพิมพ์เมืองโบราณ 55 คนอ่าน  
.
.

มาแล้วกับโปรโมชั่นดีๆ"หนังสือชุด จิตรกรรมฝาผนังของประเทศไทย" (15 มกราคม - 15 กุมภาพันธ์ 2558 เท่านั้น)

       ชุดจิตรกรรมฝาผนังในประเทศไทยพิมพ์ครั้งแรกเมื่อพ.ศ. 2526 ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้อ่านมากและมีการพิมพ์ซ้ำอีกครั้งในรูปแบบเดิมเมื่อ ประมาณพ.ศ. 2540 สำหรับการพิมพ์ครั้งนี้สำนักพิมพ์เมืองโบราณได้ทำการเปลี่ยนแปลงใหม่หมดทั้ง เนื้อหา การออกแบบรูปเล่มและที่สำคัญคือการเลือกภาพเพื่อแสดงความงดงามทางศิลปะของ จิตรกรรมฝาผนัง ผสานกับการออกแบบและจัดวางภาพที่สื่อให้ผู้อ่านได้เห็นถึงพลังของงานศิลปะ ไทย



.
. » ผู้บันทึก: MBJ
[บันทึกเมื่อ Monday 02 Feb 15 @ 14:54]
(read more -- click มีต่อ... | 1819 ไบต์ | หมวด: ข่าวกิจกรรม | จำนวน: 0)  
.
.
 

วารสาร รายสามเดือน เมืองโบราณ


นายรอบรู้ สารคดี ดอต คอมBenz Thonburi ธนบุรีประกอบรถยนต์ Viriyah Insurance วิริยะประกันภัย Ancient City เมืองโบราณ สมุทรปราการ

กองบรรณาธิการ วารสารเมืองโบราณ/ศูนย์ข้อมูลเมืองโบราณ
อาคารวิริยะประกันภัย สาขากรุงเกษม ชั้น 3 1242 ถนนกรุงเกษม แขวงคลองมหานาค เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ 10100
Tel: +66 (0) 2225 4476, +66 (0) 2226 2856, และ +66 (0) 2223 0851 # 3005 Fax: +66 (0) 2226 2856