
|
 | |  | | |  |  |  |  | เกาะแกร์ (ตอนที่ ๒) เก้าปราสาทด้านตะวันออก
(1148 คนอ่าน)  วิชชุ เวชชาชีวะ
จากปราสาทธม ศูนย์กลางแห่งเกาะแกร์ไปตามถนนภายในสู่ทิศตะวันออก จะเป็นพื้นที่ซึ่งมีปราสาทใหญ่น้อยหลายแห่งวางตัวไล่เรียงกันเหยียดยาวจากเหนือสู่ใต้
ปราสาทแทบทั้งหมดหันหน้าไปทางทิศตะวันตกซึ่งเป็นทิศที่ตั้งของปราสาทธม และ ระฮัล (บารายหรือบึงน้ำใหญ่ที่สร้างขึ้นในอดีต)
กลุ่มปราสาทใหญ่น้อยนี้ บางคนเรียกว่ากลุ่มปราสาทตอนเหนือ เพราะมีปราสาทบางส่วนกระจุกตัวอยู่ตรงมุมบนของบาราย ในขณะที่บางคนเรียกว่ากลุ่มปราสาทด้านตะวันออก เพราะปราสาทส่วนใหญ่ตั้งอยู่ทางทิศดังกล่าวของบาราย
แต่ไม่ว่าจะให้ชื่ออย่างไร พื้นที่นี้ก็ถือว่ามีโบราณสถานกระจุกตัวอยู่หนาแน่นที่สุดในเกาะแกร์ เฉพาะแต่ปราสาทที่ได้รับการชำระจากความรกเรื้อจนสามารถเข้าถึงได้ไม่ยากในปัจจุบันก็มีอยู่ประมาณ ๑๐ แห่ง มิพักต้องกล่าวถึงปราสาทอื่นๆ ที่ค้นพบแล้ว แต่กำลังรอการสะสางออกจากดงไม้รกแน่นอยู่อีกจำนวนไม่น้อย
สำหรับโบราณสถานด้านตะวันออกนี้ อาจแบ่งได้เป็น ๒ ลักษณะ คือ
๑. ปราสาทหรือกลุ่มปราสาทซึ่งมีอาณาบริเวณล้อมด้วยกำแพง อาทิ ปราสาทอันดงกุก ปราสาทกระจาบ ปราสาทบันทายปีจวน และปราสาทจราบ
๒. ปราสาทเดี่ยวหรือกลุ่มอาคารไร้กำแพง เช่น ปราสาทลึงค์สามหลัง ปราสาท D ปราสาทจำเระส์ เป็นต้น
อย่างไรก็ดี ไม่ว่าจะเป็นหมู่ปราสาทในบริเวณกว้าง หรือเป็นเพียงปราสาทเดี่ยวตั้งอยู่โดยลำพัง โบราณสถานเหล่านี้ต่างก็มีความน่าสนใจเฉพาะตัวซึ่งสะท้อนถึงความเจริญรุ่งเรืองของอารยธรรมขอมเมื่อกว่าพันปีที่แล้ว
ในครั้งนี้ จะขอนำท่านเยี่ยมชมปราสาทต่างๆ ไล่จากเหนือลงใต้ไปตามลำดับที่ตั้งริมทางถนน เริ่มจากปราสาทลึงค์สามหลัง ปราสาทอันดงกุก ปราสาทกระจับ ปราสาท D ปราสาทบันทายปีจวน ปราสาทเนียงหรือปราสาทจำเระส์ และปราสาทจราบ รวมทั้งสิ้น ๙ แห่ง
ปราสาทลึงค์ ๑ (ปราสาทบาลัง หรือบัลลังค์ หรือปราสาท I)
ห่างไปทางตะวันออกของปราสาทธมประมาณ ๑ กิโลเมตร เราพบปราสาทเดี่ยวขนาดค่อนข้างใหญ่ตั้งอยู่บนฐานยกพื้นไม่ไกลจากถนนนัก มีผังเป็นรูปจัตุรัส (ประมาณ ๖ x ๖ เมตร) ก่อด้วยหินก้อนโตชุ่มคราบตะไคร่ ทำให้อาคารทั้งหลังมีสีเขียวแปลกตา ด้านหน้าปราสาทหันออกสู่ทิศตะวันตก (หรือทิศที่ตั้งของบารายและปราสาทธม) โดยมีประตูทางเข้าด้านนี้เพียงด้านเดียวซึ่งยังคงเค้าโครงที่ดูหนักแน่นบึกบึน ส่วนยอดปราสาทปรักหักพังลงหมดแล้ว (หรือนักวิชาการบางท่าน เช่น Claude Jacques สันนิษฐานว่ายังสร้างไม่เสร็จ)
มองผ่านประตูสูงกว้างเข้าไปข้างใน เราเห็นศิวลึงค์ขนาดใหญ่ตั้งอยู่บนฐานสูงจนดูเต็มกรอบประตู (ความสูงจากฐานโยนีจนถึงยอดศิวลึงค์ประมาณ ๒.๓๕ เมตร หรือสูงท่วมหัวกว่าคนครึ่ง)
เมื่อก้าวเข้าสู่ภายในอาคาร เราพบว่าฐานดังกล่าวมีขนาดใหญ่จนเกือบคับเต็มพื้นที่ ขอบฐานจำหลักเป็นลวดลายเครือเถา ด้านหนึ่งของฐานมีจงอยหรือรางยื่นไปจนจรดผนัง รางพิเศษนี้คงมีไว้เพื่อรับน้ำสรงศิวลึงค์ก่อนถ่ายเทไปยังท่อโสมสูตรที่ปรากฏอยู่บนซุ้มผนังด้านนอกทางทิศเหนือ ขอบรางด้านบนจำหลักเป็นรูปเครือเถา ส่วนด้านล่างจำหลักเป็นลายพวงอุบะที่ยังคงสมบูรณ์งดงาม
สำหรับท่อโสมสูตรที่ปรากฏบนซุ้มผนังด้านนอก มีความสูงกว่าตัวคนเล็กน้อย และมีบันไดขึ้นจากพื้นล่างไปยังท่อน้ำดังกล่าว ทำให้สันนิษฐานว่าผู้คนในอดีตคงใช้เป็นที่รับน้ำมงคลเมื่อมาบูชาศิวลึงค์ ณ ปราสาทแห่งนี้
ปราสาทลึงค์ ๒ (ปราสาททเนง หรือปราสาท H)
มีที่ตั้งอยู่ถัดมาไม่ไกลจากปราสาทลึงค์ ๑ และมีรูปทรงคล้ายคลึงกันมาก เพียงแต่ตัวปราสาทลึงค์ ๒ อยู่ในสภาพทรุดโทรมกว่า ประตูด้านหน้าของปราสาทหันออกสู่ทิศตะวันตกซึ่งมีซากหักพังของอาคารส่วนบนและผนังหล่นไหลมากองรวมกันอยู่เบื้องล่าง ภายในปราสาทปรากฏซากศิวลึงค์ขนาดใหญ่ซึ่งช่วงล่างและฐานโยนีได้แตกหักลงเกือบหมด อย่างไรก็ดี ปลายฐานโยนีด้านหนึ่งยังคงมีร่องรอยของรางที่ยื่นต่อกับท่อโสมสูตรที่อยู่บนผนังภายนอกอาคารด้านทิศเหนือในลักษณะเดียวกับที่ปราสาทลึงค์ ๑
>>>อ่านต่อในฉบับ
| อ่านเรื่องฉบับเต็มได้ใน วารสารเมืองโบราณ ปีที่ ๓๘ ฉบับที่ ๔ (ตุลาคม - ธันวาคม ๒๕๕๕)
สมัครสมาชิก/สั่งซื้อ โทร. ๐ ๒๒๘๑ ๖๑๑๐ ต่อ ๑๐๕
ติดต่อกองบรรณาธิการ mboranjournal@gmail.com โทรศัพท์/โทรสาร ๐ ๒๒๒๖ ๒๘๕๖
www.facebook.com/mbrjournal |
[ กลับไป วารสารเมืองโบราณ ปี 2555 ฉบับที่ 38.4 | สารบัญเรื่องพิเศษ ] |
|
|  |  |  |  | |  |

 
กองบรรณาธิการ วารสารเมืองโบราณ/ศูนย์ข้อมูลเมืองโบราณ อาคารวิริยะประกันภัย สาขากรุงเกษม ชั้น 3 1242 ถนนกรุงเกษม แขวงคลองมหานาค เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ 10100 Tel: +66 (0) 2225 4476, +66 (0) 2226 2856, และ +66 (0) 2223 0851 # 3005 Fax: +66 (0) 2226 2856
|
|