พระหลวงพ่อโต
(12752 คนอ่าน) 
กฤษฎา พิณศรี
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์
|
|
พระหลวงพ่อโต วัดบางกระทิง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
|
โดยทั่วไป ในแวดวงนักนิยมสะสมพระเครื่องมักใช้คำว่า หลวงพ่อ... นำหน้าชื่อเรียกพระพิมพ์หรือพระเครื่องที่สร้างขึ้นโดยพระเกจิอาจารย์ หรือสร้างเป็นรูปพระเกจิอาจารย์ เช่น พระหลวงพ่อจาด วัดบางกระเบา พระหลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก เป็นต้น ทั้งนี้ อาจมีข้อยกเว้นอยู่บ้างในบางกรณี เป็นต้นว่า พระหลวงพ่อโต ที่นักสะสมพระเครื่องมักใช้กำหนดเรียกพระพิมพ์ภาพพระพุทธปฏิมาที่มีพุทธลักษณะใหญ่โตล่ำสัน ขุดค้นพบในกรุของวัดต่างๆหลายแห่ง โดยเฉพาะในเขตจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ชัยนาท กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และปทุมธานี
เชื่อกันในหมู่ผู้นิยมสะสมพระเครื่องว่า พระหลวงพ่อโตเป็นพระพิมพ์ที่จำลองแบบมาจากพระมงคลบพิตร หรือพระพุทธไตรรัตนนายก พระพุทธรูปขนาดใหญ่ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งชาวบ้านเรียกขานกันโดยทั่วไปว่า หลวงพ่อโต
พุทธลักษณะโดยทั่วไปของพระพิมพ์หลวงพ่อโตเป็นพระพุทธรูปประทับนั่งขัดสมาธิราบบนฐานบัวในซุ้มเรือนแก้วทรงสามเหลี่ยมโค้งมน องค์พระมีขนาดและสัดส่วนดูล่ำสัน พระเศียรใหญ่แบบเศียรบาตร พระเกตุมาลาทรงโอคว่ำ รัศมีสั้นรูปทรงคล้ายดอกบัวตูม พระพักตร์มักปรากฏรายละเอียดของพระเนตร พระนาสิก และพระโอษฐ์เด่นชัด พระกรรณยาวจรดพระอังสา พระเศียรชิดติดกับพระองค์จนไม่ปรากฏลำพระศอ พระอุระนูนเด่นรับกับพระอังสาที่กว้างดูผึ่งผาย ทรงครองจีวรห่มเฉียง ปรากฏขอบเส้นจีวรที่พระอุระ พระกรซ้าย และข้อพระบาททั้งสองอย่างชัดเจน มีสังฆาฏิพาดผ่านพระอังสาซ้าย ชายสังฆาฏิยาวถึงพระอุทร ปลายตัดตรง
พระพิมพ์หลวงพ่อโตมีทั้งที่สร้างด้วยตะกั่วและดินเผา ทั้งที่แสดงปางมารวิชัยและปางสมาธิ องค์พระมีขนาดค่อนข้างใหญ่ คือกว้างประมาณ ๓ เซนติเมตร สูงประมาณ ๓.๕ เซนติเมตร โดยทั่วไปพระพิมพ์หลวงพ่อโตที่สร้างด้วยตะกั่วจะมีขนาดใหญ่กว่าที่เป็นดินเผา และพระพิมพ์หลวงพ่อโตปางสมาธิจะมีขนาดใหญ่กว่าปางมารวิชัยเล็กน้อย
แหล่งที่ค้นพบพระพิมพ์หลวงพ่อโตมากที่สุด คือวัดบางกระทิง ตำบลหัวเวียง อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยการค้นพบครั้งสำคัญเกิดขึ้นในปี พ.ศ. ๒๔๘๑ เมื่อทางวัดรื้อถอนอุโบสถหลังเดิมเพื่อสร้างขึ้นใหม่ ในครั้งนั้นได้พบพระหลวงพ่อโตหลายหมื่นองค์ ทำให้เชื่อกันว่าที่วัดแห่งนี้น่าจะเป็นแหล่งกำเนิดของพระพิมพ์หลวงพ่อโต เพราะนอกจากจะพบพระพิมพ์เป็นจำนวนมากแล้ว ยังพบแม่พิมพ์พระบรรจุรวมอยู่ด้วย
|
|
พระหลวงพ่อโต วัดชีปะขาวหาย จังหวัดพิษณุโลก
|
นอกจากนี้ ยังได้พบพระพิมพ์หลวงพ่อโตที่วัดตะไกร ตำบลสระบัว จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมอยู่กับพระพิมพ์ที่มีชื่อเรียกในหมู่ผู้นิยมสะสมพระเครื่องว่า พระวัดตระไกรหน้าครุฑ และ พระวัดตระไกรหน้ามงคล อีกจำนวนหนึ่ง
พระพิมพ์หลวงพ่อโตที่พบในกรุนี้สามารถจำแนกได้จากรูเล็กๆ บริเวณฐานขององค์พระ ซึ่งเกิดจากรอยไม้ตอกที่ใช้งัดพระออกจากแม่พิมพ์ อันเป็นลักษณะที่ไม่ปรากฏในพระพิมพ์หลวงพ่อโตที่พบจากแหล่งอื่น
พระพิมพ์หลวงพ่อโตที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักดีอีกกรุหนึ่ง ได้แก่พระหลวงพ่อโตกรุวัดชีปะขาวหาย จังหวัดพิษณุโลก พระที่พบในกรุนี้มีพุทธลักษณะโดยรวมคล้ายกับพระพิมพ์หลวงพ่อโตที่พบที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หากแต่มีขนาดเล็กกว่า คือกว้างประมาณ ๑.๙ เซนติเมตร สูงประมาณ ๒.๓ เซนติเมตร และมีพุทธศิลป์ที่ประณีตงดงามมากกว่า จึงนับเป็นพระหลวงพ่อโตที่ได้รับความนิยมสะสมกันมากอีกพิมพ์หนึ่ง
นอกจากนี้ ยังได้พบพระพิมพ์หลวงพ่อโตกระจัดกระจายอยู่ตามวัดต่างๆ หลายแห่งในจังหวัดที่กล่าวถึงข้างต้น โดยเฉพาะที่กรุงเทพมหานคร สันนิษฐานกันว่าพระเหล่านี้อาจเป็น พระฝากกรุ ที่ถูกเคลื่อนย้ายมาจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นำมาลงรักปิดทองแล้วบรรจุลงในกรุอีกครั้ง เช่น
พระหลวงพ่อโตกรุวัดจักรวรรดิราชาวาส (วัดสามปลื้ม) พบในขณะที่มีการรื้อถอนพระเจดีย์ภายในวัดสมัยพระคุณาจารวัตร (ใช้ สุวณฺโณ) เป็นเจ้าอาวาส พระหลวงพ่อโตจากกรุนี้มีการลงรักปิดทองเอาไว้ทุกองค์
พระหลวงพ่อโตกรุวัดสังข์กระจาย พบในเจดีย์รายหน้าพระวิหารรวมอยู่กับพระพิมพ์ต่างๆ มีทั้งที่ลงรักปิดทอง และไม่ได้ลงรักปิดทอง
พระหลวงพ่อโตกรุวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) พบบริเวณฐานชุกชีพระพุทธรูปที่ประดิษฐานอยู่ที่ระเบียงคดรอบพระอุโบสถรวมกับพระพิมพ์ต่างๆ มีทั้งที่ลงรักปิดทองและไม่ได้ลงรักปิดทอง
พระหลวงพ่อโตกรุพระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) พบอยู่บนเพดานพระที่นั่งรวมกับพระพิมพ์ต่างๆ เป็นพระที่ลงรักปิดทองทั้งหมด
อย่างไรก็ดี นักสะสมพระบางส่วนเชื่อว่า พระหลวงพ่อโตมีทั้งที่สร้างขึ้นในสมัยอยุธยาและสมัยรัตนโกสินทร์ โดยพิจารณาจากเนื้อพระ กล่าวคือพระหลวงพ่อโตที่สร้างในสมัยอยุธยาจะเนื้อหยาบ มีส่วนผสมของเม็ดทราย เม็ดกรวดขนาดเล็กสีต่างๆ ปะปนอยู่มาก ส่วนพระหลวงพ่อโตที่สร้างขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ เนื้อดินจะละเอียด มีเม็ดกรวดทรายน้อย และผิวค่อนข้างเรียบ
ในอดีต พระหลวงพ่อโตเคยได้รับความนิยมอย่างสูง เนื่องจากเชื่อถือกันว่าเป็นพระพิมพ์ที่มีพุทธคุณโดดเด่นในทางคงกระพันชาตรีโดยเฉพาะ
|