
ตลาดเก่าฯ
วัน ศุกร์ 06 ม.ค. 06 @ 16:00 หัวข้อ: ภาคสนาม

ตลาดโบราณ ร้านอร่อยริมคลองระแหง
เมื่อหลายปีมาแล้ว มีอยู่วันหนึ่ง ผมขับรถเล่นเรื่อยเปื่อยออกนอกชานเมืองกรุงเทพฯ ไปทางหลวงเส้น ๓๔๖ (ปทุมธานี ลาดหลุมแก้ว) โดยไม่ได้มีจุดหมายปลายทางอะไรเป็นพิเศษ พอเลยเที่ยงวันไปใกล้ถึงบ่ายโมง ก็เริ่มหิว คิดหาของกินอะไรก็ไม่รู้จักร้านรวงแถบนั้นเอาเลย
ว่าจะหาอะไรกินง่ายๆ ริมทางอยู่แล้วเชียว ก็พอดีข้ามคลองเล็กๆ สายหนึ่งซึ่งตัดขวางถนนไปลิบๆ แลเห็นริมคลองตรงช่วงเชิงสะพานเหมือนจะเป็นตลาดไม้เล็กๆ เก่าๆ อยู่ แลน่าสนใจไม่น้อย ผมเลยจอดรถชวน "เธอคนนั้น" ลงไปเดินเล่นดู
ปรากฏว่า เป็นการค้นพบครั้งสำคัญครั้งหนึ่งของเราสองคนทีเดียว
คลองเล็กๆ นั้นชื่อคลองระแหงครับ มันไหลผ่านตัวตลาดตำบลระแหง ในเขตอำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี

คุณเอนก นาวิกมูล เจ้าสำนักบ้านพิพิธภัณฑ์เคยเขียนหนังสืออธิบายไว้ว่า เหตุที่ตำบลระแหง ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นไร่นาของราษฎรเกิดเจริญมีตลาดคึกคักในสมัยก่อน ก็เนื่องจากเป็นตำแหน่งที่ปลายทางสุดของทางรถไฟสายกรุงเทพฯ บางบัวทอง ลาดหลุมแก้ว อันเป็นทางรถไฟเอกชน สร้างโดยเจ้าพระยาวรพงษ์พิพัฒน์ (ม.ร.ว.เย็น อิศรเสนา) ทางรถไฟนี้ตั้งต้นตั้งแต่วัดลิงขบ บ้านเตาปูน ผ่านเมืองนนทบุรีแถบวัดเฉลิมพระเกียรติ ตัดทุ่งบางบัวทองไปถึงระแหง แล้วก็หมดลงเพียงแค่นั้น ทั้งๆ เดิมทีมีโครงการจะสร้างยาวไปถึงตำบลเจ้าเจ็ด อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยาโน่นทีเดียว
เริ่มสร้างทางรถไฟเมื่อ พ.ศ.๒๔๕๒ อีกหกปีต่อมา คือ พ.ศ.๒๔๕๘ ก็ให้บริการเดินรถได้ ว่ากันว่ามีคนแห่มาใช้บริการมาก แต่น่าเสียดายที่ปัจจุบันนี้ไม่มีใครทราบแม้แต่ว่าเลิกเดินรถไปตั้งแต่เมื่อใด สถานีอยู่ ณ ที่ใด และเหตุใดจึงได้เลิกราไป
ตลาดริมคลองระแหงในปัจจุบันนี้ก็เหมือนตลาดเก่าแก่อีกหลายสิบหลายร้อยแห่งในชนบทไทยเวลานี้นั่นแหละครับ ที่เป็นตลาดห้องแถวไม้สองชั้นเรียงรายไปตามริมคลองอันเป็นเส้นทางคมนาคมหลักในสมัยไม่ต่ำกว่าครึ่งศตวรรษก่อน โชว์ผิวเนื้อไม้สีน้ำตาลเก่าคร่ำคร่าที่ผ่านกาลเวลามาเนิ่นนานโดยมิได้ฉาบทาสีสันใดทับลงไป
ที่ผมเคยไปมาบ้าง ก็เช่นตลาดอำเภอศรีประจันต์, สามชุก, เก้าห้อง, บ้านสุด ที่สุพรรณบุรี ตลาดบ้านใหม่ที่ฉะเชิงเทรา แล้วก็ตลาดบ้านแพน อำเภอเสนา ที่อยุธยา

ตลาดเก่าเหล่านี้ จะว่าไปก็คือ "พิพิธภัณฑ์" ที่ยังมีลมหายใจ มีกิจกรรมความเคลื่อนไหวจริงๆ โดยผู้คนที่ใช้ชีวิตกินอยู่หลับนอนอยู่จริงๆ ณ สถานที่แห่งนั้น เราสามารถจะซื้อแฟ้บ สบู่ ยาสระผมกลับบ้าน หากับข้าวกับปลาแบบโบราณๆ หรือกระทั่งตัดผมแคะหูได้จริงๆ ในบรรยากาศย้อนยุคที่มีอยู่จริง ณ เวลาของปัจจุบัน
ผมยังหลงใหลรสชาติอันวิเศษของทอดมันปลากราย พล่ากุ้ง และต้มยำปลาน้ำเงินของร้านจุ้ง ๒ เจ้าเก่าตลาดบ้านแพนมาจนกระทั่งทุกวันนี้เลยแหละครับ
สำหรับที่ตลาดระแหงนั้น ตอนแรกผมไม่ได้คาดหวังว่าจะเจออะไรถึงขนาดนั้นหรอก
แต่แล้วผมผิดไปถนัด
วันนั้นเราจอดรถในวัดบัวแก้วเกสร ริมถนนฝั่งตรงข้ามกับตัวตลาดครับ แล้วค่อยๆ เดินเลาะข้างตึกแถวริมทางหลวง ลอดใต้สะพานอ้อมไปเข้าตัวตลาด ซึ่งตอนต้นๆ ก็เป็นแผงผักแผงเนื้ออย่างกับตลาดสดทั่วไป


ถัดเข้าไปจึงเริ่มเป็นร้านขายของใช้ครัวเรือนเก่าๆ พวกเตาไฟ รังผึ้ง เคียวเกี่ยวข้าว ผ้าขาวม้าโสร่ง ไม้กวาดอ่อน ไปจนถึงขนมขบเคี้ยวและลูกอมนานาชนิด
ร้านขายเสื้อผ้า เป็นแบบเดียวกับที่ผมจำได้ว่าเคยเข้าไปซื้อเมื่อตอนเด็กๆ กว่าสามสิบปีที่แล้ว ที่ตลาดอำเภอเมืองราชบุรี
น้ำในคลองระแหงยังค่อนข้างใสสะอาด ยังมีเด็กน้อยลงเล่นน้ำอยู่เลยครับ ฝั่งตรงข้ามมองไปเห็นมีร้านขายเครื่องจักสาน เครื่องมือหาปลา ร้านขายยาแผนโบราณ แผนปัจจุบัน และร้านตัดผม เฉพาะร้านยานั้น คุณเอนก นาวิกมูลเล่าว่าเป็นของคุณโอฬาร ชีวะพฤกษ์ ซึ่งเป็นนักสะสมตัวยงคนหนึ่ง ในร้านจึงมีทั้งกระป๋องลูกอมเก่าสีสวยสดหลากหลายยี่ห้อที่ใช้เก็บตัวยาสมุนไพร แล้วก็มีของเก่าอื่นๆ อีกมาก
ตรงมุมสุดของห้องแถวมีศาลเจ้าเล็กๆ อยู่หลังหนึ่ง จุดนั้นมีสะพานทอดให้คนทั้งสองฝั่งคลองเดินข้ามไปมา
เชิงสะพานฝั่งตรงข้ามศาลเจ้านี่แหละครับ ที่เราเดินมาพบของดีเข้า
มันเป็นร้านอาหารแบบโบราณ แบบเดียวกับที่เคยกินตอนเด็กๆ เปี๊ยบเลย

ร้านนี้ชื่อ "แปโภชนา" มีอยู่ร้านเดียวเท่านั้นแหละครับ ขายกับข้าวตามสั่ง เป็นอาหารไทยปนไปกับอาหารจีน ประเภทผัดผัก ผัดเผ็ด ต้มยำ แกงจืด และยำสารพัดอย่าง รสชาติกลางๆ ไม่เผ็ดโหดอย่างฝีมือคนไทยทำ เรียกว่าเหมาะสำหรับคนกินอาหารที่ดูสะอาดสะอ้าน รสจัด แต่ไม่เผ็ด
ที่ผมชอบมาก มีอยู่สามสี่อย่าง คือหมูทรงเครื่อง คล้ายหอยจ๊อ แต่ผมเดาว่าเขาต้องเอาไปทอดสดๆ เลย ไม่นึ่งก่อนอย่างตามแบบวิธีทำหอยจ๊อ มีส่วนผสมของพริกหอม (ชวงเจีย) ป่นมากจนรู้สึกว่าหอมน่ากินจริงๆ ทอดมาอย่างดี กรอบนอก นุ่มใน กินกับน้ำจิ้มบ๊วยเจี่ยหวานๆ เปรี้ยวๆ เค็มๆ สามรส เรียกน้ำย่อยได้อร่อยเด็ด
ผัดพริกแกงเนื้อปลากราย เป็นสไตล์แบบคนจีนผัด คือเห็นน้ำมันพริกลอยแดงๆ คลุกข้าวร้อนๆ ได้อร่อย ไม่เผ็ดจนเกินไป เนื้อปลาก็สดและนวดจนเหนียวหนึบได้ที่ เคี้ยวเพลินเหงือกดีจริงๆ
ต้มยำปลาช่อน ชามนี้ทำได้ใกล้เคียงแบบร้านคนไทยทำแล้วครับ คือน้ำใสแจ๋ว แต่รสจัดมาก มีพริกขี้หนูแห้งทอดบุบโรยหน้ามาด้วย ครบเครื่องจริงๆ ซดร้อนๆ โล่งคอชะมัด
ผัดไทยก็เด็ดครับ ออกมันๆ เขาผัดปรุงรสมากลางๆ ผมเลยลองเติมพริกป่น มะนาว น้ำปลาให้เข้มขึ้นอีก แล้วกินกับข้าวสวยร้อนๆ แบบที่คุณชายถนัดศรี สวัสดิวัตน์ท่านเคยแนะไว้ในข้อเขียนของท่าน ก็อร่อยเยี่ยมทีเดียว
ผนังร้านติดไว้ด้วยภาพถ่ายขาวดำเก่าคร่ำคร่า อายุหลายสิบปีมาแล้ว เป็นเรื่องราวเหตุการณ์และกิจกรรมที่เกิดขึ้นในตำบลระแหง เช่นว่าการขุดคลอง ตัดถนน งานฉลองในช่วงเทศกาล ผู้คนและบ้านเรือนแบบเก่าๆ ดูแล้วก็รู้สึกเหมือนได้ย้อนยุคกลับไปในเวลานั้น
ร้านแปโภชนาจึงเป็นเสน่ห์ของตลาดระแหงอย่างแท้จริง แต่ว่าใครจะอยากกินต้องรีบมาสักนิด เพราะว่าพอตกบ่ายคล้อยเข้าหน่อย สักสามสี่โมงเย็นเขาก็ตั้งท่าจะปิดเสียแล้วล่ะครับ
สำหรับคนกรุงเทพฯ และปริมณฑลรอบๆ ทางด้านทิศเหนือ แถบปทุมธานี ตลาดระแหงจึงเป็นสถานที่ที่อาจแวะกินมื้อกลางวันอร่อยๆ ก่อนจะเดินทางต่อ หรือเป็นที่เดินเล่นช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ของครอบครัวเล็กๆ ได้อย่างดี

สำหรับใครที่ยังไม่เคยเที่ยวตลาดเก่า ผมคิดว่าตลาดเล็กๆ อย่างระแหงน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ก่อนจะขยับขยายไปยังตลาดที่ใหญ่กว่านี้ ไกลกว่านี้ สวยกว่านี้ อย่างตลาดริมแม่น้ำสายใหญ่ๆ แถบอยุธยา สุพรรณบุรี อ่างทอง หรือสิงห์บุรี
รวมทั้งอาจขยับขยายความสนใจไปยังบ้านเล็กเมืองน้อย อาคารย่านเก่า ตลอดจนชุมชนโบราณที่มีวัฒนธรรมประเพณีแตกต่างไปจากเรา หากทว่าร่วมสมัยอยู่กับเรา ณ ช่วงเวลาปัจจุบันเดียวกันนี้ด้วย
มกราคม ๒๕๔๙
|