ค้นหา 
เก็บข่าวเข้าแฟ้ม
...
วธ.ร่วมมือประเทศอาเซียนจัดโรดโชว์วัฒนธรรม 15 คนอ่าน  
.
.

       กระทรวงวัฒนธรรมพร้อมเปิดศูนย์วัฒนธรรมอาเซียนแห่งแรกในอาเซียน เล็งผนึกกำลังทุกประเทศอาเซียนจัดโรดโชว์วัฒนธรรมอาเซียนทุกภูมิภาคทั่วโลก

       วานนี้ (28 ก.ค.) ที่หอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนิน นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม(วธ.) แถลงข่าวการจัดตั้งศูนย์วัฒนธรรมอาเซียนว่า ศูนย์วัฒนธรรมอาเซียนของประเทศไทยถือเป็นแห่งแรกในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน ตั้งอยู่บริเวณชั้น 3 ของหอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนิน ซึ่งจะนำเสนอเรื่องราวของอาเซียนผ่านเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยมาก มีการแบ่งพื้นที่จัดแสดงเป็น 6 โซน เพื่อสร้างองค์ความรู้ และความตระหนักรู้เรื่องอาเซียนรวมถึงความเชื่อมโยงด้านการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม การสร้างอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ และการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนอาเซียนตลอดจนนำไปสู่การสร้างบุคลากรทางด้านวัฒนธรรมของคนในอาเซียนด้วย 

       "ศูนย์วัฒนธรรมอาเซียนจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 7 สิงหาคมนี้ และหลังจากเปิดดำเนินการแล้ว จะมีการปรับปรุงและพัฒนาข้อมูลต่าง ๆ ให้ทันสมัยและน่าสนใจอยู่เสมอ ที่สำคัญเพื่อให้การขับเคลื่อนงานศูนย์วัฒนธรรมอาเซียนในมิติวัฒนธรรมมีความชัดเจนยิ่งขึ้น วธ.ได้วางแผนจัดทำศูนย์วัฒนธรรมอาเซียนในลักษณะชุดย่อยที่สามารถเคลื่อนย้าย ไปจัดแสดงในจังหวัดต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนทั่วประเทศมีโอกาสเรียนรู้เช่นเดียวกับคนกรุงเทพฯด้วย  และในปีต่อไป วธ.จะเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมวัฒนธรรมอาเซียน ที่เป็นการรวมพลังของประเทศอาเซียน นำเสนอเทศกาลอาหาร เครื่องแต่งกาย การแสดง และการท่องเที่ยว จากนั้นในปีต่อไป วธ.จะร่วมกับทุกประเทศอาเซียนจัดโรดโชว์เกี่ยวกับวัฒนธรรมอาเซียนในกลุ่มประเทศนอกอาเซียน เช่น จีน เกาหลี ญี่ปุ่น และจะขยายไปยังประเทศภูมิภาคอื่น ๆ ต่อไป”นายวีระกล่าว“ (เดลินิวส์ 29 กรกฎาคม 2558)



.
. ผู้บันทึก: mbj เมื่อ 2015-07-29 09:00:00.
.
 
  ชาวสุพรรณบุรี ร่วมอนุรักษ์ สืบสานศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น เฉลิมพระเกียรต [ 0 ความเห็น ]
  ททท.ชวนอิ่มบุญใหญ่ ตักบาตรบนหลังช้าง หนึ่งเดียวในโลก ณ จังหวัดสุรินทร์ [ 0 ความเห็น ]
  สปช.ด้านศิลปวัฒนธรรม เยี่ยมวิถีชีวิตลุ่มน้ำชี จ.อุบลราชธานี [ 0 ความเห็น ]
  17 จังหวัดภาคเหนือ จัดแถลงข่าว ผนึกกำลังกระตุ้นกระแสนิยมผ้าทอไทย [ 0 ความเห็น ]

เรื่องเก่าเล่าสู่
...
ตำนานวัดบางระโหง 1336 คนอ่าน  
.
.

          ตำนานวัดบางระโหงที่ตำบลบางกร่าง อำเภอเมืองนนทบุรี เล่าว่าคนมอญ (บางคนว่าคนจีน) ที่อพยพจากหงสาวดีได้สร้างวัดนี้ เดิมมีเสาหงส์อยู่หน้าวัดพร้อมทั้งเจดีย์คู่ และสิงโต หลวงพ่อใหญ่ในอุโบสถและหลวงพ่อขาวในพระวิหารนั้นศักดิ์สิทธิ์เป็นที่เคารพสักการะ เวลาแม่ค้าพายเรือผ่านหน้าวัด มักตั้งจิตอธิษฐานแล้ววักน้ำมาลูบเนื้อลูบตัว เชื่อว่าจะค้าขายดี



.
. ผู้บันทึก: staff เมื่อ 2013-02-15 11:00:00.
.
 
  ก่อนจะถึงฟิกซ์เกียร์ [ 0 ความเห็น ]
  คือว่า...นั่นมันไม่ใช่... [ 0 ความเห็น ]
  ใครว่าเค้าแกล้ง ? [ 0 ความเห็น ]
  จะได้จำกันได้..ไง.. [ 0 ความเห็น ]

ภาคสนาม
...
มลายูบางกอก:ที่มา การกระจายตัว และวัฒนธรรมการเปลี่ยนแปลง 259 คนอ่าน  
.
.

ณัฐวิทย์ พิมพ์ทอง

 

 

       เมื่อวันศุกร์ที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๕๘ วารสารเมืองโบราณ มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ ร่วมกับร้านหนังสือริมขอบฟ้า ได้จัดกิจกรรมเสวนาในหัวข้อ มลายูบางกอก:ที่มา การกระจายตัว และวัฒนธรรมการเปลี่ยนแปลงขึ้น โดยการเสวนาครั้งนี้ถือเป็นการเปิดโฉมหน้าใหม่ของวารสารเมืองโบราณในโอกาสขึ้นสู่ปีที่ ๔๑ ซึ่งเปิดพื้นที่เพื่อนำเสนอเรื่องราวทางประวัติศาสตร์สังคมและวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยฉบับแรกนั้นเป็นการนำเสนอเรื่องราวภูมิวัฒนธรรมของปัตตานี การหาอยู่หากินในอ่าว และการเมืองในคาบสมุทรมลายูที่ส่งผลต่อการโยกย้ายถิ่นครั้งใหญ่เข้ามาอยู่ยังบางกอกในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ชาวมลายูในบางกอกในวันนี้เป็นเช่นไร วิทยากรสองท่าน คือ คุณศุกรีย์สาเร็ม นักวิชาการอิสลามศึกษา และคุณมนตรี ยะรังวงศ์ กรรมการชุมชนสุเหร่าบ้านดอน ได้มาร่วมพูดคุยและให้ภาพในประเด็นดังกล่าว

 

ตลอดแนวคลองแสนแสบ ประกอบด้วยชุมชนมุสลิมมลายูปัตตานี-ไทรบุรี จำนวนมาก

มลายู-มลายูบางกอก

       ประเด็นแรกคือความเข้าใจเกี่ยวกับคำว่า “มลายู” โดยคุณศุกรีย์สาเร็มนิยามคำนี้ว่าเป็นชื่อเรียกกลุ่มคนซึ่งโดยมากมีถิ่นฐานอยู่ในแหลมมลายู รวมถึงหมู่เกาะต่างๆเช่น ชวา สุมาตรา ตลอดจนเขตชายฝั่งประเทศเวียดนามและทะเลสาบเขมร ซึ่งเดิมผู้คนเหล่านี้นับถือศาสนาพุทธและฮินดู พอหลังจากพุทธศตวรรษที่ ๑๘ จึงเปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลามกันมากขึ้น และมีส่วนน้อยที่นับถือศาสนาอื่น จนดูเหมือนว่าผู้ที่เป็นชาวมลายูก็คือคนที่นับถือศาสนาอิสลาม และผู้ที่ไม่ได้นับถือศาสนาอิสลามมักถูกมองว่าไม่ใช่คนมลายู ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง คนมลายูเหล่านี้ถือว่าเป็น “คนทะเล” และมีความชำนาญในการเดินเรือ ปัจจุบันได้กระจายอยู่ทั่วทุกมุมโลกกว่า ๕๐ ประเทศ

       ส่วนคำว่า “มลายูบางกอก” เป็นคำเรียกกลุ่มคนมลายูที่อพยพเข้ามาอยู่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลซึ่งเกิดขึ้นหลายระลอกในหน้าประวัติศาสตร์นับเป็นผลพวงจากศึกสงครามระหว่างสยามกับหัวเมืองปักษ์ใต้ซึ่งอาจแบ่งได้ดังนี้

 

มลายูกลุ่มเก่า

       จากหลักฐาน เช่น คำให้การขุนหลวงวัดประดู่ทรงธรรม ยืนยันถึงการเข้ามาของชาวมลายูในสมัยอยุธยาทั้งที่มาทำการค้าขายและเป็นทาส หรือเป็นกำลังไพร่พลในกองอาสาจามกระทั่งหลังเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ ๒ ใน พ.ศ. ๒๓๑๐ บรรดาชาวมลายูทั่วไปที่ถูกเรียกว่า “แขกแพ”ได้เคลื่อนย้ายเข้ามาลงหลักปักฐานอยู่บริเวณปากคลองบางหลวง ฝั่งตรงข้ามพระบรมหาราชวัง ดังจะเห็นว่าปัจจุบันมีมัสยิดต้นสน มัสยิดกุฎีขาว กุฎีเจริญพาศน์กุฎีปลายนา เป็นศูนย์กลางของชุมชนส่วนกองอาสาจามภายหลังจากสงคราม ๙ ทัพใน พ.ศ. ๒๓๒๘ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งชุมชนอยู่บริเวณป่าไผ่แถบทุ่งพญาไทหรือบริเวณที่เป็นชุมชนมุสลิมบ้านครัวในทุกวันนี้

การเรียนศาสนาถือเป็นกุญแจสำคัญของการอยู่ในสังคมเมืองใหญ่

 

มลายูกลุ่มใหม่

       หลังจากสงคราม ๙ ทัพ ในปีถัดมาพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกโปรดเกล้าฯ ให้กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาทไปตีหัวเมืองปักษ์ใต้คืนมาจากพม่า ครั้งนั้นได้ตีหัวเมืองปัตตานีที่แข็งเมืองแล้วนำครัวชาวมลายูปัตตานีขึ้นมาไว้ยังกรุงเทพฯโดยโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งถิ่นฐานกระจายอยู่รอบกรุงเทพฯ ชั้นใน ส่วนบรรดาช่างฝีมือได้ตั้งรกรากอยู่บริเวณมัสยิดจักรพงษ์ ซึ่งแต่เดิมพื้นที่แถบนี้เคยมีชื่อว่าชุมชนบ้านแขกตานี แต่ปัจจุบันเหลือเพียงชื่อถนนตานีเท่านั้น

       นอกจากนี้ยังมีการอพยพของชาวมลายูเข้ามาอีกหลายระลอกตามช่วงที่มีศึกสงครามรวมทั้งสิ้น๖ ครั้งด้วยกัน ซึ่งครั้งสุดท้ายเมื่อปี พ.ศ. ๒๓๘๑ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวได้นำเอาครัวชาวมลายูจากไทรบุรีขึ้นมาไว้ยังกรุงเทพฯ ตามริมคลองแสนแสบไปจนถึงฉะเชิงเทรา

       ชาวมลายูที่เข้ามาในชั้นหลังถือเป็นกำลังสำคัญในการขุดคลองสายยุทธศาสตร์หรือคลองแสนแสบ ซึ่งเป็นคลองที่ต่อเนื่องจากคลองมหานาคในเขตกรุงเทพฯ ชั้นในต่อเนื่องไปถึงชานเมืองทางฝั่งตะวันออกหรือคลองบางขนากที่ฉะเชิงเทรา เพื่อเป็นเส้นทางลำเลียงยุทธปัจจัยในสงครามไทย-ญวนและได้รับอนุญาตให้จับจองที่ทำกินในบริเวณริมคลอง และต่อมาได้กลายเป็นชุมชนชาวมลายูปัตตานี-ไทรบุรีจนถึงปัจจุบัน

       คุณมนตรียะรังวงศ์ กล่าวเสริมว่าชุมชนมลายูตลอดแนวคลองแสนแสบนั้นส่วนใหญ่เป็นกลุ่มมุสลิมที่เข้ามาในสมัยรัชกาลที่ ๓โดยตั้งถิ่นฐานต่อเนื่องมาจากชาวมลายูรุ่นก่อนที่อยู่ในเขตกรุงเทพฯ ชั้นในจนถึงปลายคลองมหานาคประกอบด้วยชุมชนสุเหร่าบ้านดอน นวลน้อย คลองตัน  บางกะปิ มีนบุรีหนองจอก เรื่อยไปจนถึงฉะเชิงเทรา โดยชาวมลายูเหล่านี้ยังคงมีความสัมพันธ์และไปมาหาสู่กันนับตั้งแต่ยุคที่ใช้เรือในการสัญจร มีทั้งการเดินทางไปเยี่ยมญาติพี่น้องที่ขยายออกไปตั้งรกรากยังชุมชนอื่นที่ห่างไกลออกไป หรือเดินทางไปซื้อข้าวของต่างๆ เป็นต้น แม้เมื่อมีการตัดถนนเสรีไทยและถนนรามคำแหงทำให้การเดินทางเปลี่ยนมาใช้รถยนต์แต่ผู้คนชาวมลายูก็ยังคงไปมาหาสู่กันเช่นเดิม

       ในอดีตชุมชนสุเหร่าบ้านดอนมีอาณาบริเวณกว้างขวางไปจนถึงซอยนานา แต่เมื่อมีถนนสุขุมวิทตัดผ่านได้มีการขายที่ดินบางส่วน นับเป็นความเจริญของบ้านเมืองที่มีส่งผลต่อชาวชุมชนโดยตรง และปัจจุบันชุมชนสุเหร่าบ้านดอนยังถูกแวดล้อมด้วยสถานบันเทิงเริงรมย์ต่างๆ ทว่าชาวมุสลิมมลายูที่นี่ยังคงปฏิบัติตามหลักศาสนาอย่างเคร่งครัด มีโรงเรียนสอนศาสนา จึงทำให้ชุมชนมุสลิมมลายูแห่งนี้ยังคงอยู่กันอย่างปรกติสุขโดยยึดตามหลักคำสอนของศาสนาอิสลามที่กล่าวไว้ว่า “มุสลิมคือพี่น้องกัน เปรียบประดุจเรือนร่างเดียวกัน ส่วนหนึ่งส่วนใดเจ็บ ส่วนนั้นก็เจ็บด้วย”ทำให้ชาวมุสลิมตลอดแนวคลองแสนแสบมีความสามัคคีกลมเกลียวและช่วยเหลือซึ่งกันและกันอยู่ไม่ขาด

 

ความเปลี่ยนแปลงของชาวมลายูพลัดถิ่น

       เป็นเวลานับร้อยปีที่ชาวมลายูมุสลิมได้ย้ายถิ่นฐานเข้ามาอยู่ในกรุงเทพฯ และสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ส่งผลให้วัฒนธรรมดั้งเดิมเปลี่ยนแปลงไปโดยเฉพาะภาษาพูด ซึ่งในส่วนของชุมชนสุเหร่าบ้านดอน คุณมนตรีกล่าวว่าที่โรงเรียนสุเหร่าบ้านดอน (โรงเรียนมิฟตาฮุ้ลอุลูมิดดีนียะห์) ยังคงมีการฝึกสอนภาษามลายูทั้งการอ่านและการเขียนเพื่อให้วัฒนธรรมทางภาษานั้นมีการสืบทอดไปยังคนรุ่นลูกรุ่นหลาน

ชุมชนมุสลิมมลายูสุเหร่าบ้านดอน ในวันที่ถูกแวดล้อมด้วยเมืองใหญ่และสิ่งที่เป็นทันสมัย

 

       ขณะที่คุณศุกรีย์กล่าวว่าสังคมมลายูบางกอกมีหลายสิ่งที่เลือนหายไป เช่น การรำกระบี่กระบอง ซึ่งมีพื้นฐานจากการซ้อมรบของบรรดาไพร่พลให้มีความพร้อมอยู่เสมอ มีการนำมาปรับท่วงท่าให้มีความสวยงามคล้ายการร่ายรำ รวมถึงการเล่นนาเสบซึ่งพัฒนามาจากการขับลำนำสดุดีองค์พระศาสดาโดยมีเครื่องเคาะประกอบจังหวะ เป็นต้น

       เดิมสิ่งเหล่านี้เป็นการผสมผสานระหว่างความเป็นอิสลามที่มีมานับพันปีกับวัฒนธรรมท้องถิ่นในแต่ละพื้นที่ บางอย่างหากไม่ขัดกับความเชื่อตามหลักศาสนาก็ยังคงปฏิบัติกันอยู่ทว่าต่อมาเมื่อมีชุดความรู้ใหม่ที่มองว่าการกระทำสิ่งเหล่านี้ผิดหลักศาสนา ไม่ควรนำมาปฏิบัติ จึงเกิดการปะทะกันระหว่าง ๒ แนวคิด ดังนั้นเมื่อเกิดปัญหามากขึ้น กิจกรรมหลายอย่างจึงหยุดและเลิกไปในที่สุดซึ่งเรื่องนี้ตามทัศนะของคุณมนตรีมองว่า เนื่องจากปัจจุบันมีการเดินทางไปร่ำเรียนจากประเทศมุสลิมอาหรับและมองวิถีปฏิบัติที่เคยทำกันมาเป็นสิ่งบิดเบือนวิถีปฏิบัติต่างจากประเทศที่เป็นแหล่งกำเนิดศาสนาจึงปฏิเสธสิ่งเหล่านี้ หากมองในแง่ของการป้องปราม การเล่นกระบี่กระบองเมื่อพิจารณาตามยุคสมัยก็ดูจะล่อแหลมต่อการผิดหลักศาสนาเพราะมีการไหว้ครูดังนั้นนักวิชาการรุ่นใหม่จึงปฏิเสธและมองว่าเป็นการป้องกัน เช่นเดียวกับการเล่นนาเสบซึ่งปัจจุบันมีการพัฒนาขึ้นมาก มีเครื่องดนตรีหลายหลาก ใช้ภาษาและท่วงท่าไม่เหมาะสม อันอาจทำให้เกิดการหลงลืมต่อการปฏิบัติศาสนกิจและหลักศรัทธาของพระผู้เป็นเจ้า เพราะฉะนั้นดนตรีจึงเป็นสิ่งต้องห้ามของชาวมุสลิม แต่อย่างไรก็ตามในประเทศมาเลเซียและอินโดนีเซียยังคงมีการเล่นนาเสบกันอยู่ซึ่งนักวิชาการต่างมองสิ่งนี้กันหลากหลายแง่มุม บ้างบอกว่าเล่นนาเสบไม่ได้ บ้างก็ว่าให้พิจารณาเนื้อหาและขึ้นอยู่กับความเหมาะสมเป็นต้น

       ถึงที่สุดแล้วการเปลี่ยนแปลงของสังคมมลายูในปัจจุบัน วิทยากรทั้งสองท่านต่างมองว่าควรพิจารณาในรายละเอียดว่าสิ่งใดเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม และสิ่งนั้นมีเจตนาอย่างไรเป็นสำคัญ ซึ่งน่าจะเป็นทางออกที่ดีให้กับความขัดแย้งเกี่ยวกับแนวทางความคิด และยังเป็นการเปิดช่องทางให้เกิดการพัฒนาอย่างสร้างสรรค์ต่อไปในอนาคตด้วย



.
. ผู้บันทึก: mbj เมื่อ 2015-05-26 09:00:00.
.
 
  หนองกระทิง อดีตชุมทางชายแดนโคราช-บุรีรัมย์ [ 0 ความเห็น ]
  ชมศิลป์ที่วัดเชิงท่า [ 0 ความเห็น ]
  ตึกเก่า [ 0 ความเห็น ]
  ตลาดหัวตะเข้ [ 0 ความเห็น ]

ชุมชนพิพิธภัณฑ์
...
เปิดพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี 531 คนอ่าน  
.
.

       สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (สพร.) ร่วมกับ จังหวัดพิษณุโลก, เทศบาลนครพิษณุโลก, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพิษณุโลก ได้ลงนามความร่วมมือและแถลงข่าว การเปิดตัวพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวีในรูปแบบ Discovery Museum พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ต้นแบบแห่งแรกในจังหวัดพิษณุโลก ที่พร้อมเปิดให้ประชาชนและเยาวชนได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ของการชมพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้รูปแบบใหม่ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
 
       “พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี” แห่งนี้ก่อตั้งขึ้น โดย จ่าสิบเอก ดร.ทวี บูรณเขตต์ เพื่อเก็บอดีตให้อนุชนรุ่นหลังได้เห็น และศึกษา อย่างเป็นระบบและมีมาตรฐานการจัดการในระดับสากล และเพื่อการคงอยู่อย่างยั่งยืนของแหล่งเรียนรู้โดยภายในพิพิธภัณฑ์ ได้ทำหน้าที่รวบรวมข้าวของเครื่องใช้ที่แสดงวิถีพื้นบ้านของชาวเมืองพิษณุโลก และภาคเหนือตอนล่าง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องจักสาน กระต่ายขูดมะพร้าว เครื่องมือจับปลา เครื่องดักสัตว์ ตะเกียง เครื่องปั้นดินเผานับหมื่นๆ ชิ้น มาจัดแสดง หรืออีกนัยหนึ่ง อาจกล่าวได้ว่า “พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี” แห่งนี้ คือขุมทรัพย์ทางประวัติศาสตร์ และภูมิปัญญาไทย ที่เก็บรวบรวมวิถีชาวบ้านที่นับวันจะหาดูได้ยากในปัจจุบันมากที่สุดอีกหนึ่งพิพิธภัณฑ์ในประเทศไทย
 
       นายราเมศ พรหมเย็น ผู้อำนวยการสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (สพร.) กล่าวว่า สพร.ต้องการพัฒนาสนับสนุน ให้พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี คือแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในรูปแบบของพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ จะเป็นฐานในการศึกษาเพื่อพัฒนาพิพิธภัณฑ์มีชีวิต ที่บรรจุด้วยองค์ความรู้ และเป็นต้นแบบของการสร้างสรรค์แหล่งเรียนรู้ ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการสร้างเครือข่ายของพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ในภูมิภาค ผ่าน 4 วิธีการหลัก ดังนี้
 
       ด้านกายภาพ สพร. ใช้หลักการของ universal design เช่น การออกแบบให้คนพิการสามารถเข้าถึงพิพิธภัณฑ์ได้ การออกแบบลำดับประสบการณ์การชมโดยเพิ่มพื้นที่ orientation หรือการแสดงแนวคิดหลักของพิพิธภัณฑ์เพื่อสร้างความเข้าใจกับผู้ชมก่อนเข้าชมนิทรรศการ
 
       ด้านนิทรรศการ ปรับรูปแบบการเรียนรู้ให้เป็นแบบ discovery museum เน้นการเรียนรู้ด้วยตนเองเป็นหลัก ผ่านเทคนิคการเล่าเรื่องแบบ story telling ผ่านเทคโนโลยี และการมีส่วนร่วมของผู้ชมในการเข้าถึงข้อมูลด้วยตนเอง เช่น เกม หรือ อุปกรณ์ต่างๆ ที่ต้องดึง ผลัก ชักโยกด้วยตนเอง
 
       ด้านการประชาสัมพันธ์ เน้นการสร้างให้พิพิธภัณฑ์จ่าทวีมีความโดดเด่นสะดุดตา และง่ายต่อการเข้าถึง เพื่อเป็นการเชิญชวนให้มีผู้สนใจเข้าชมพิพิธภัณฑ์มากขึ้น
 
       และสุดท้าย ด้านความยั่งยืน ของการบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์ โดยการสนับสนุนให้เกิดการมีส่วนร่วมของหน่วยงานภาครัฐ และคนในพื้นที่ เพราะพิพิธภัณฑ์ที่ดีจะต้องเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน และขับเคลื่อนโดยคนในชุมชนเอง
 
       นอกจากนี้ พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี จังหวัดพิษณุโลก ได้เปิดให้ประชาชนชาวไทยเข้าชมฟรี ในโอกาสการเปิดตัวพิพิธภัณฑ์ในรูปแบบ Discovery Museum โดยสามารถเข้าชมฟรีได้ทุกวันจันทร์ และวันอังคาร ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 15 เมษายน 2558 โดยเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.30-16.30 น. สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร.055-212749 (ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร 14 มกราคม 2558)



.
. ผู้บันทึก: MBJ เมื่อ 2015-01-14 09:00:00.
.
 
  พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ [ 0 ความเห็น ]
  เมื่อแผ่นดินสิ้นสูญ...พระศาสนา ! [ 0 ความเห็น ]
  พิพิธภัณฑ์บริขารพระครูบาเจ้าศรีวิชัย [ 0 ความเห็น ]
  พิพิธภัณฑ์เมืองตราด [ 0 ความเห็น ]

ในแผง-นอกแผง
...
พ่ออังคารผู้มาจากดาวโลก 278 คนอ่าน  
.
.

พ่ออังคาร

ผู้มาจากดาวโลก

อ้อมแก้ว กัลยาณพงศ์

จัดพิมพ์โดยผู้เขียน ๒๕๕๗

๑๕๒ หน้า ๒๓๐ บาท

 

ใครบางคนเคยกล่าวไว้ว่า “ใครจะเล่าเรื่องศิลปะได้ดีกว่าศิลปิน” หนังสือเล่มนี้อาจเป็นส่วนขยายของสำนวนนั้นต่อไปได้อีกว่า “แล้วใครจะเล่าเรื่องศิลปินได้ดีกว่าลูกศิลปิน” อ้อมแก้ว กัลยาณพงศ์ ธิดาของศิลปินแห่งชาติ อังคาร กัลยาณพงศ์ (พ.ศ. ๒๔๖๙ – ๒๕๕๕) เขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นเป็นบันทึกถึง “ท่านอังคาร” จากสายตาของคนในครอบครัว



.
. ผู้บันทึก: staff เมื่อ 2015-02-28 12:00:00.
.
 
  พาเที่ยวพม่า พม่าพาเที่ยว [ 0 ความเห็น ]
  เที่ยวเมืองญี่ปุ่น กับบุญช่วย ศรีสวัสดิ์ [ 0 ความเห็น ]
  ทอดน่องท่องเที่ยว อ.ศรีมโหสถ จ.ปราจีนบุรี [ 0 ความเห็น ]
  ประวัติศาสตร์ศิลปะบันดาลใจ [ 0 ความเห็น ]

. . .
ข่าว+กิจกรรม »  ขอเชิญร่วมกิจกรรมและรับฟังสาระความรู้ ''ที่ป้อมมหากาฬ'' 45 คนอ่าน  
.
.

 

ขอเชิญร่วมกิจกรรมและรับฟังสาระความรู้ "ที่ป้อมมหากาฬ"
วันอาทิตย์ที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๕๘ ๘.๓๐ น.- ๑๒.๐๐ น.
คุยกันเรื่อง “ชีพจรยังสั่นไหวที่ตรอกละครชาตรี นางเลิ้ง”

ร่วมพูดคุยกับ
กัญญา ทิพโยสถ : ครูจ๋า, ละครแม่กัญญาลูกสาวแม่แพน
จารุวรรณ สุขสาคร : ละครคณะจงกล โปร่งน้ำใจ
พินิจ สุทธิเนตร : บ้านนราศิลป์
สมชาย ธนกุสุมาลย์ ประธานสภาวัฒนธรรมเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย
ประทับใจ สุนทรวิภาต ครูชมรมนาฎศิลป์โรงเรียนวัดสิตตาราม

ชมการแสดงละครชาตรีชุดจิ๋วจากเด็กๆ ในชมรมนาฎศิลป์ โรงเรียนวัดสิตตาราม
นิทรรศการประวัติศาสตร์ของย่านสนามควาย-วัดแคนางเลิ้ง ฉบับย่อ
ชมการปักผ้าเครื่องแต่งกายละครชาตรีจากคนย่านตรอกละคร วัดแคนางเลิ้ง
ร่วมซื้อของที่ระลึก ขนมและหนังสือต่างๆ ฯลฯ
ไม่มีค่าใช้จ่าย สนุกสนาน ได้สาระ รู้จักผู้คนและย่านเก่า ใช้เวลาเช้าวันอาทิตย์ที่ป้อมมหากาฬ



.
. » ผู้บันทึก: mbj
[บันทึกเมื่อ Wednesday 15 Jul 15 @ 09:00]
(read more -- click มีต่อ... | หมวด: ข่าวกิจกรรม | จำนวน: 0)  
.
.
 

. . .
ข่าว+กิจกรรม »  “บางกอกศึกษาครั้งที่ ๔” 119 คนอ่าน  
.
.

 

อยากทราบที่มา คติการไหว้ และความศรัทธาอันถ่องแท้เชิญร่วมวงพูดคุย และทัศนศึกษาจรกับ

“บางกอกศึกษาครั้งที่ ๔” ในหัวข้อ ชาวจีน: สิ่งศักดิ์สิทธิ์และศรัทธา ขอพร ไหว้เจ้า หรือแก้ชง ฯลฯ สารพัดเทพเจ้าและความเชื่อ

วิทยากรโดย..

เศรษฐพงษ์ จงสงวน

สมชัย กวางทองพาณิชย์

ที่จะพาเรียนรู้ตามศาลเจ้า โรงเจ วัดจีน และวัดญวณ ในวันเสาร์ที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๘ ตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐ –๑๖.๓๐ น

สนใจสอบถามรายละเอียดและสมัครทัศนศึกษาได้ที่ Facbook: ชมรมสยามทัศน์ หรือโทรศัพท์หมายเลข ๐๘๑ ๕๖๑ ๒๘๗๗, ๐๙๙ ๗๕๑ ๖๔๖๐



.
. » ผู้บันทึก: mbj
[บันทึกเมื่อ Thursday 11 Jun 15 @ 10:51]
(read more -- click มีต่อ... | หมวด: ข่าวกิจกรรม | จำนวน: 0)  
.
.
 

. . .
ข่าว+กิจกรรม »  วารสารเมืองโบราณ ปีที่ ๔๑ ฉบับที่ ๒ เดือน เมษายน - มิถุนายน ๒๕๕๘ ''พนมรุ้ง เมือง 184 คนอ่าน  
.
.

วารสารเมืองโบราณ ปีที่ ๔๑ ฉบับที่ ๒ เดือน เมษายน - มิถุนายน ๒๕๕๘ "พนมรุ้ง เมืองในมูลเทศะ" เตรียมวางแผงเร็วๆนี้

 

 

 

สมัครสมาชิก ๑ ปี (๔ ฉบับ) ราคา ๔๘๐ เหลือเพียง ๓๙๐ บาท

สมัครวันนี้ รับสิทธิพิเศษสุด รับฟรีทันที หนังสือ “ของเก่า เรา (ไม่) ลืม”

 

Download ใบสมัครได้ที่ : คลิกที่นี่

 

ส่งมาตามที่อยู่ : บริษัทวิริยะธุรกิจ จำกัด ๒๘,๓๐ ถนนปรินายก แขวงบ้านพานถม เขตพระนคร กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐

โทร ๐-๒๒๘๑-๖๑๑๐ (อัตโนมัติ) ต่อ ๑๐๕ โทรสาร ๐-๒๒๘๒-๗๐๐๓ อีเมล :memberskd@gmail.com



.
. » ผู้บันทึก: mbj
[บันทึกเมื่อ Tuesday 19 May 15 @ 09:00]
(read more -- click มีต่อ... | หมวด: ในแผง-นอกแผง | จำนวน: 0)  
.
.
 

. . .
ข่าว+กิจกรรม »  เชิญร่วมกิจกรรมสังสนทนา ''บางกอกศึกษาครั้งที่ ๓'' 242 คนอ่าน  
.
.

เชิญร่วมกิจกรรมสังสนทนา "บางกอกศึกษาครั้งที่ ๓"

เรื่อง สงกรานต์ย่างบางลำพู สู้ เทพีวิสุทธิกษัตริย์

 

ร่วมพูดคุยกับ

นวนัฑ แจ่มนิยม

ปิยะบุตร จิวระโมนัยกุลย์

อรศรี ศิลปี

 

ในวันเสาร์ที่ ๕ เมษายน ๒๕๕๘ ตั้งแต่เวลา ๑๐.๐๐ น. เป็นต้นไป

ณ พิพิธบางลำพู ถนนพระสุเมรุ

ช่วงบ่าย : ขอเชิญร่วมเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของย่านที่... "พิพิธบางลำพู"

 

สำรองที่นั่งได้ที่:
๐ ๒๒๘๑ ๑๙๘๘

๐๙ ๙๗๕๑ ๖๔๖๐



.
. » ผู้บันทึก: mbj
[บันทึกเมื่อ Tuesday 31 Mar 15 @ 09:00]
(read more -- click มีต่อ... | หมวด: ข่าวกิจกรรม | จำนวน: 0)  
.
.
 

. . .
ข่าว+กิจกรรม »  testพบกับบูทสารคดี-เมืองโบราณ ได้ที่ งานสปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 43 314 คนอ่าน  
.
.

 

พบกับบูทสารคดี-เมืองโบราณ ได้ที่ งานสปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 43 

โดยมีหนังสือออกใหม่ ดังนี้

 

- Cloud Guidebook
คู่มือเมฆและปรากฏการณ์บนท้องฟ้า
(ฉบับปรุงปรุง)
ผู้เขียน : ดร. บัญชา ธนบุญสมบัติ
ราคา 199 บาท
เฉพาะในงานสัปดาห์หนังสือฯ 160 บาท

 

-50 เมนูอาหารลดน้ำหนัก
ผู้เขียน : รุ่งรัตน์ แจ่มจันทร์ และ ริญ เจริญศิริ
ราคา 259 บาท
เฉพาะในงานสัปดาห์หนังสือฯ 220 บาท

 

-โภชนาการกับผลไม้ (ฉบับปรับปรุง)
ผู้เขียน : รศ. ดร. รัชนี คงคาฉุยฉาย และ ริญ เจริญศิริ
ราคา 250 บาท
เฉพาะในงานสัปดาห์หนังสือฯ 210 บาท

 

-เที่ยวตามจังหวะเชก (ฉบับปรับปรุง)
ผู้เขียน : “เรือใบสองสี”
ราคา 320 บาท
เฉพาะในงานสัปดาห์หนังสือฯ 270 บาท

 

-กำเนิดสปีชีส์ The Origin of Species
ผู้เขียน : ชาร์ลส์ ดาร์วิน
ผู้แปล : ดร. นำชัย ชีววิวรรธน์ และคณะ
ราคา 399 บาท
เฉพาะในงานสัปดาห์หนังสือฯ 340 บาท

 

-ห้าเดือนกลางซากอิฐปูนที่อยุธยา
ผู้เขียน : น. ณ ปากน้ำ
ราคา 550 บาท (จำนวน 536 หน้า)
เฉพาะในงานสัปดาห์หนังสือฯ 465 บาท
(หนังสือออกในงานวันที่ 2 เมษายน 2558)

 

แผนที่บูทสารคดี-เมืองโบราณ

 

และพบกับนักเขียนชื่อดังและคณะผู้แปลหนังสือได้ที่งาน รายละเอียดเพิ่มเติมที่ Facebook Muang Boran Journal



.
. » ผู้บันทึก: mbj
[บันทึกเมื่อ Thursday 26 Mar 15 @ 09:00]
(read more -- click มีต่อ... | หมวด: ข่าวกิจกรรม | จำนวน: 0)  
.
.
 

. . .
ข่าว+กิจกรรม »  วารสารเมืองโบราณ ร่วมกับ มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ และร้านหนังสือริมขอบฟ้า 262 คนอ่าน  
.
.

 

วารสารเมืองโบราณ ร่วมกับ มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ และร้านหนังสือริมขอบฟ้า

ขอเชิญร่วมฟังการเสวนาเรื่อง... มลายูบางกอก ที่มา การขยายตัว และวัฒนธรรมการเปลี่ยนแปลง

ร่วมพูดคุยกับ
ศุกรีย์ สะเร็ม  นักวิชาการอิสลามศึกษา
มนตรี ยะรังวงษ์  ชุมชนสุเหร่าบ้านดอน

ในวันศุกร์ที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๕๘ เวลา ๑๗.๐๐ น.
ณ ร้านหนังสือริมขอบฟ้า
วงเวียนประชาธิปไตย
(ไม่เสียค่าใช้จ่าย)

 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร ๐-๒๒๘๑-๑๙๘๘, ๐-๒๒๘๑-๖๑๑๐ ต่อ ๑๑๓



.
. » ผู้บันทึก: MBJ
[บันทึกเมื่อ Tuesday 10 Mar 15 @ 09:00]
(read more -- click มีต่อ... | หมวด: ข่าวกิจกรรม | จำนวน: 0)  
.
.
 

. . .
ข่าว+กิจกรรม »  วารสารเมืองโบราณ ๔๑.๑ พร้อมวางแผงแล้ว วันนี้!! 265 คนอ่าน  
.
.

 

วารสารเมืองโบราณ ๔๑.๑ พร้อมวางแผงแล้ว วันนี้!!

 

สมัครสมาชิก ๑ ปี (๔ ฉบับ) ราคา ๔๘๐ เหลือเพียง ๓๙๐ บาท

สมัครวันนี้ รับสิทธิพิเศษสุด รับฟรีทันที หนังสือ “ของเก่า เรา (ไม่) ลืม”

 

Download ใบสมัครได้ที่ : คลิกที่นี่

 

ส่งมาตามที่อยู่ : บริษัทวิริยะธุรกิจ จำกัด ๒๘,๓๐ ถนนปรินายก แขวงบ้านพานถม เขตพระนคร กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐

โทร ๐-๒๒๘๑-๖๑๑๐ (อัตโนมัติ) ต่อ ๑๐๕ โทรสาร ๐-๒๒๘๒-๗๐๐๓ อีเมล :memberskd@gmail.com



.
. » ผู้บันทึก: MBJ
[บันทึกเมื่อ Monday 02 Mar 15 @ 09:00]
(read more -- click มีต่อ... | หมวด: ข่าวกิจกรรม | จำนวน: 0)  
.
.
 

. . .
ข่าว+กิจกรรม »  ข่าวประชาสัมพันธ์ จากสำนักพิมพ์เมืองโบราณ 325 คนอ่าน  
.
.

มาแล้วกับโปรโมชั่นดีๆ"หนังสือชุด จิตรกรรมฝาผนังของประเทศไทย" (15 มกราคม - 15 กุมภาพันธ์ 2558 เท่านั้น)

       ชุดจิตรกรรมฝาผนังในประเทศไทยพิมพ์ครั้งแรกเมื่อพ.ศ. 2526 ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้อ่านมากและมีการพิมพ์ซ้ำอีกครั้งในรูปแบบเดิมเมื่อ ประมาณพ.ศ. 2540 สำหรับการพิมพ์ครั้งนี้สำนักพิมพ์เมืองโบราณได้ทำการเปลี่ยนแปลงใหม่หมดทั้ง เนื้อหา การออกแบบรูปเล่มและที่สำคัญคือการเลือกภาพเพื่อแสดงความงดงามทางศิลปะของ จิตรกรรมฝาผนัง ผสานกับการออกแบบและจัดวางภาพที่สื่อให้ผู้อ่านได้เห็นถึงพลังของงานศิลปะ ไทย



.
. » ผู้บันทึก: MBJ
[บันทึกเมื่อ Monday 02 Feb 15 @ 14:54]
(read more -- click มีต่อ... | 1819 ไบต์ | หมวด: ข่าวกิจกรรม | จำนวน: 0)  
.
.
 

วารสาร รายสามเดือน เมืองโบราณ


นายรอบรู้ สารคดี ดอต คอมBenz Thonburi ธนบุรีประกอบรถยนต์ Viriyah Insurance วิริยะประกันภัย Ancient City เมืองโบราณ สมุทรปราการ

กองบรรณาธิการ วารสารเมืองโบราณ/ศูนย์ข้อมูลเมืองโบราณ
อาคารวิริยะประกันภัย สาขากรุงเกษม ชั้น 3 1242 ถนนกรุงเกษม แขวงคลองมหานาค เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ 10100
Tel: +66 (0) 2225 4476, +66 (0) 2226 2856, และ +66 (0) 2223 0851 # 3005 Fax: +66 (0) 2226 2856