A-  |  A+   
  

ตามรอยฝรั่ง เล่าความหลัง เมืองพริบพรี

ตามรอยฝรั่ง เล่าความหลัง เมืองพริบพรี

 

เรื่อง: อภิญญา นนท์นาท

 

16754108_1394298443923518_1280341165_n

 

 

            เพชรบุรี ถือว่าเป็นเมืองที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งบทบาทในด้านการควบคุมเส้นทางการค้าข้ามคาบสมุทรมาแต่โบราณ พบว่ามีหลักฐานการตั้งชุมชนที่บริเวณเมืองเพชรบุรีมาตั้งแต่ยุคสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ก่อนจะพัฒนามาเป็นเมืองท่าการค้าในสมัยทวารวดี และมีความเจริญรุ่งเรืองสืบเนื่องมาถึงสมัยกรุงศรีอยุธยา ดังจะเห็นได้จากวัดวาอารามและงานศิลปกรรมต่างๆ ที่สะท้อนความเป็นท้องถิ่น จนกระทั่งในสมัยรัตนโกสินทร์ เมืองเพชรบุรีมีบทบาทเพิ่มเติมในการเป็นเมืองท่องเที่ยวตากอากาศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายหลังที่รัชกาลที่ ๔ โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชวังพระนครคีรีขึ้น และมีเส้นทางรถไฟสายเพชรบุรีขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๕

 

หนังสือ ตามรอยฝรั่ง เล่าความหลัง เมืองพริบพรี(เพชรบุรี)จัดพิมพ์โดยสำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร พ.ศ. ๒๕๕๗ เป็นหนังสือที่รวบรวมบันทึกของชาวต่างชาติ โดยคัดมาเฉพาะส่วนที่กล่าวถึงเมืองเพชรบุรี ซึ่งแปล เรียบเรียง และเคยจัดพิมพ์เผยแพร่ภายใต้ลิขสิทธิ์ของกรมศิลปากร

ความสำคัญประการหนึ่งของบันทึกเหล่านี้คือภาพวิถีชีวิตของชาวบ้านในยุคสมัยนั้นๆ ตลอดจนสภาพภูมิประเทศที่ไม่ค่อยถูกบันทึกไว้อย่างละเอียดลออมากนักในเอกสารราชการของสยาม ถึงแม้ว่าจะถูกบันทึกโดยชาวตะวันตกที่อาจมีอคติหรือไม่เข้าใจความแตกต่างทางวัฒนธรรมอยู่บ้างก็ตาม เนื้อหาภายในเล่มแบ่งออกเป็น ๒ ส่วนใหญ่ๆดังนี้

๑. เอกสารสมัยอยุธยา มีอยู่ไม่มากนัก ได้แก่ บันทึกของฟาน ฟลีต (Jeremias Van Vliet)พ่อค้าชาวฮอลันดาที่เข้ามาในกรุงศรีอยุธยา ตั้งแต่ พ.ศ.๒๑๗๖-๒๑๘๕ บันทึกของบาทหลวงฌาร์คเดอบรูซ์(Jacques de Bourges)บาทหลวงฝรั่งเศส จดหมายเหตุของมองซิเออร์เซเบเรต์ราชทูตฝรั่งเศส สมัยสมเด็จพระนารายณ์ เป็นต้น เนื้อหาส่วนใหญ่กล่าวถึงเส้นทางเดินทางตามลำน้ำเพชรบุรี สภาพภูมิประเทศ ผู้คน และสินค้าสำคัญของเพชรบุรีในเวลานั้น

            “แม่กลอง (Meclongh)พริบพรี(Prpry)ราพพรี(Rappry) ราชบุรี(Ratsjebeury) และกุย(Cuy) ล้วนเป็นเมืองเปิดทั้งสิ้น ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำ ไม่ห่างจากทะเล นอกจากข้าวแล้ว ที่เหล่านี้ยังผลิตไม้ฝางได้เป็นจำนวนมาก ไม้ฝางเหล่านี้ขนส่งโดยทางเรือเดินทะเลและเรือสำเภาจีนไปจากที่นี่ได้อย่างง่ายดาย … ดีบุก และ ตะกั่ว ก็พบที่นั่นด้วยเช่นกัน”

 

จากพรรณนาเรื่องอาณาจักรสยามโดย ฟาน ฟลีต(หน้า ๑๗)

 

๒.เอกสารสมัยรัตนโกสินทร์ โดยเฉพาะในช่วงรัชกาลที่ ๔-๕ ที่มีชาวต่างชาติเดินทางไปสำรวจและท่องเที่ยวเมืองเพชรบุรีกันมากขึ้นหลายคนได้เขียนบันทึกการเดินทางและพิมพ์เผยแพร่ออกไปจำนวนมาก บันทึกของชาวต่างชาติที่นำเสนอในเล่มนี้ มีทั้งของราชทูต นักสำรวจ และมิชชันนารี เช่นอองรี มูโอต์ (Henri Mouhot) นักธรรมชาติวิทยาชาวฝรั่งเศสที่เข้ามาสำรวจสยาม กัมพูชา และลาว ระหว่างปี ๒๔๐๑-๒๔๐๓ แฟรงค์วินเซนต์ จูเนียร์ (Frank Vincent Junior)นักสำรวจชาวอเมริกัน เจ.ทอมสัน (J. Thomson)ช่างภาพชาวอังกฤษ ซาร่า คอฟแมน (Sara Coffman)และ แมรี่ โลวิน่า คอร์ท (Mary LovinaCort)มิชชันนารีชาวอเมริกัน และเฮอร์เบิร์ต วาริงตัน สมิธ (Herbert Warrington Smyth)นักธรณีวิทยาชาวอังกฤษที่เข้ามารับราชการในกรมเหมืองแร่ สมัยรัชกาลที่ ๕ เป็นต้น ซึ่งแต่ละคนนั้น ต่างมีลีลาในการเขียนเล่าเรื่องและบรรยายภาพในความทรงจำที่แตกต่างกันออกไป รวมไปถึงมุมมอง ความสนใจ และทัศนคติที่แตกต่างกันด้วย

บันทึกเกี่ยวกับเมืองเพชรบุรีในช่วงนี้ นอกจากเรื่องเส้นทางแม่น้ำลำคลอง สภาพภูมิประเทศ วิถีชีวิตผู้คน บ้านเรือน ตลาด และอาหารการกินต่างๆ แล้ว ยังให้ภาพความสวยงามของเมืองเพชรบุรีในฐานะเมืองท่องเที่ยวตากอากาศที่เริ่มเป็นที่นิยมกันมากภายหลังจากที่รัชกาลที่ ๔ ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชวังพระนครคีรีขึ้น

“ก่อนที่คุณจะเดินทางกลับออกไปจากประเทศสยามคุณควรจะได้ไปเที่ยวชมเมืองๆ หนึ่ง เป็นเมืองใหญ่อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ราว ๑๑ ไมล์ มีชื่อว่าเมืองเพชรบุรี เมืองนี้นับว่าเป็นสถานที่พักผ่อนทั้งของชาวยุโรปและชาวพื้นเมือง นอกจากนี้ พระเจ้าอยู่หัวสยามยังทรงสร้างพระราชวังที่ประทับ รวมทั้งวัด ตลอดจนถนนหนทางอย่างดี และสะพานไว้ที่นั่นด้วย”

 

จากการเดินทางสู่เพชรบุรี(The Excursion to Petchburi) โดย แฟรงค์วินเซนต์ จูเนียร์ (หน้า ๕๔)

 

จะเห็นว่าบันทึกของแต่ละคนนั้น ต่างกล่าวถึงสถานที่สำคัญที่คล้ายคลึงกัน นอกจากพระราชวังพระนครคีรี ยังมีถ้ำแห่งต่างๆ ที่มีการประดิษฐานพระพุทธรูปไว้ภายใน ทั้งยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวชมธรรมชาติของหินงอก หินย้อยที่งดงาม เช่น ถ้ำเขาหลวง

“ชาวพื้นเมืองที่นี่ได้ใช้เงินมากมายในการเปลี่ยนแปลงถ้ำเหล่านี้ให้เป็นสถานที่เคารพบูชาของชาวพุทธ เส้นทางที่นำไปสู่ถ้ำหลักนั้น ร่มรื่นไปด้วยต้นลั่นทมซึ่งดอกของมันร่วงหล่นส่งกลิ่นหอมสดชื่นและผู้มีจิตศรัทธาได้นำมาถวายเป็นเครื่องสักการบูชาโดยพวกเขาจะนำมาวางไว้บนฝ่ามือของพระพุทธรูป … ที่บริเวณพื้นถ้ำมีการปูพื้น และการตกแต่งภายในทั้งหมดสอดรับกับวัตถุประสงค์ที่ต้องการให้เป็นวัดที่สวยงามแห่งหนึ่ง มีแสงสว่างส่องลอดลงมาจากปล่องภูเขาไฟเก่าบริเวณด้านบนสุดของถ้ำที่อยู่เหนือขึ้นไป”

 

จาก เพชรบุรี (Visit to Petchiburee)โดยเจ.ทอมสัน (หน้า ๗๑-๗๒)

 

นอกจากบันทึกของชาวต่างชาติแล้ว ยังมีบทความเรื่อง พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงวินิจฉัยชื่อเมืองเพชรบุรี ซึ่งพิมพ์เผยแพร่ครั้งแรกในThe Bangkok Calendarที่กล่าวถึงชื่อ “พริบพรี” หรือ “เพชรพรี” อันเป็นชื่อบ้านนามเมืองที่มีแต่โบราณอีกด้วย

ท่านที่สนใจหนังสือเล่มนี้ นอกจากจะหาซื้อได้ที่ร้านขายหนังสือของสำนักวรรณกรรมฯ ที่อาคารหอสมุดแห่งชาติ ท่าวาสุกรี และตามร้านหนังสือแห่งอื่นๆ ในราคาเล่มละ ๑๒๐ บาทแล้ว ทางสำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร ได้ทำการเผยแพร่เป็นหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Book) ผ่านทางเว็บไซต์ http://www.finearts.go.th/literatureandhistory โดยคลิกเลือกเมนู “คลังวิชาการ” จากนั้นคลิกที่ “e-book” และ “หนังสืออิเล็กทรอนิกส์”

 

หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ของสำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร