A-  |  A+   
  

ขุมทรัพย์ถ้ำเจ้าราม

ขุมทรัพย์ถ้ำเจ้าราม

 

เกสรบัว อุบลสรรค์

 

ถ้ำเจ้าราม

 

“…จาริกอันณึ่ง มีในเมืองชเลียง สถาบกไว้ด้วยพระศรีรัตนธาตุ จาริกณึ่ง มีในถ้ำชื่อ ถ้ำพระราม อยู่ฝั่งน้ำสำพาย…”

ถ้ำพระราม หรือที่รู้จักกันในชื่อปัจจุบันว่า ถ้ำเจ้าราม ปรากฏชื่อครั้งแรกในศิลาจารึกหลักที่ ๑ ด้านที่ ๓ บรรทัด ที่ ๒๒-๒๗ ที่นี่จึงเป็นสถานที่สำคัญในแวดวงประวัติศาสตร์ไทย เพราะเป็นถ้ำที่พ่อขุนรามคำแหงมหาราชกล่าวถึงในศิลาจารึกหลักที่ ๑ และได้นำจารึกมาประดิษฐานไว้ ไม่พียงเท่านั้น ถ้ำเจ้ารามยังเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นศูนย์รวมศรัทธา และความเชื่อของผู้คนที่อยู่บริเวณนี้มาแต่อดีต โดยเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญหลายองค์ ได้แก่ พระพุทธรูปไม้สักที่ชาวบ้านเรียกว่า รูปพระราม พระพุทธรูปทำด้วยหินแกรนิตหลายองค์ และที่สำคัญคือ หลวงพ่อศิลา พระพุทธรูปนาคปรกศิลปะสมัยนครวัด สลักจากหินทราย ขนาดหน้าตัก ราว ๔๓ เซนติเมตร ที่ถูกค้นพบภายในถ้ำเจ้ารามตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๗๒ ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ที่มณฑปวัดทุ่งเสลี่ยม จังหวัดสุโขทัย

ถ้ำพระรามริมฝั่งน้ำสำพาย

ศิลาจารึกหลักที่ ๑ สมัยพ่อขุนรามคำแหง เป็นหลักฐานแรกที่กล่าวถึงชื่อ ถ้ำพระราม ฝั่งน้ำสำพาย ต่อมาในปลายสมัยรัชกาลที่ ๕ จึงมีบันทึกการสำรวจภายในถ้ำเจ้าราม และได้กล่าวถึงแม่น้ำสำพายและถ้ำสีดาที่อยู่ติดกับถ้ำเจ้ารามด้วย แม้ว่าเวลานั้นพื้นที่นี้จะเป็น “สถานที่ที่ไม่ใคร่มีใครไป จึงเป็นการลำบากในการค้นหาเป็นอันมาก บางแห่งต้องหักร้างถางพงเข้าไป กว่าจะถึงก็ยากนัก”

พระพยุหาภิบาล ผู้ว่าราชการเมืองสุโขทัย (พ.ศ. ๒๔๕๑-๒๔๕๖) ได้บันทึกการสำรวจบริเวณถ้ำเจ้ารามและพื้นที่ใกล้เคียงทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งดำรงพระอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ลงวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ร.ศ. ๑๒๗ (พ.ศ. ๒๔๕๒) มีความบางตอนดังนี้

“เขาถ้ำพระรามเป็นสองชั้นตอนล่างเป็นหินปนดิน  ตอนบนเป็นหินก้อนเดียว อยู่ใต้เขาสีดา ต่ำกว่าเขาสีดา แต่สูงกว่าเขาทั้งหลายที่มีในหมู่นั้น ปากถ้ำอยู่ตอนบน ขึ้นไปจากเชิงเขาประมาณ ๒ เส้น ปากถ้ำกว้างประมาณ ๑๐ ศอก สูงประมาณ ๓ วา ๒ ศอก พ้นปากถ้ำเข้าไปประมาณ ๑๐ วา  มีพระพุทธรูปยืนทำด้วยไม้ สูงประมาณ ๓ ศอก ราษฎรเรียกว่า รูปพระราม ที่จริงเป็นพระพุทธรูปแท้ ชายจีวรและดอกจีวรยังมีปรากฏอยู่ และมีแผ่นอิฐเรี่ยรายอยู่ประมาณ ๒๐ แผ่น ข้าพระพุทธเจ้าได้ตรวจค้นหาศิลาจารึก พบหินแตกกระจัดกระจายเหลืออยู่ ยาวประมาณ ๑ ศอก กว้างประมาณ ๖-๗ นิ้ว ผิวที่เหลืออยู่เป็นตอนริมสุดไม่มีตัวอักษร ได้ตรวจค้นเข้าไปจากปากถ้ำประมาณ ๕ เส้น ยังไม่ถึงที่สุดของถ้ำ  ไม่มีแสงสว่างเลย

 

บริเวณปากถ้ำเจ้าราม เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๔ (ภาพ : ประทีป ยมนา, สุพจน์ นาครินทร์)

 

“ลำน้ำแม่ลำพัน คือ ลำน้ำเมืองเก่า ปลายน้ำตกลำน้ำยมตรงบ้านธานีที่ตั้งเมืองสุโขทัยใหม่เดี๋ยวนี้ ต้นคลองมาจากทางตะวันตก ถ้ำพระรามอยู่ตะวันตกเฉียงเหนือฟากแม่น้ำลำพัน แม่น้ำลำพันเป็นแม่น้ำสำพาย ถูกต้องตรงกับศิลาจารึกของเมืองสุโขทัย

“ถ้ำสีดา ราษฎรเรียกถ้ำศักดาบ้าง ชานเขาติดกับถ้ำพระราม ปากถ้ำห่างจากถ้ำพระรามประมาณ ๘ เส้น จากเชิงเขาถึงปากถ้ำประมาณ ๓๐ วา ปากถ้ำกว้าง ๘ ศอก สูง ๓ วา ลึก ๑๕ วา ในปากถ้ำเข้าไปมีพระพุทธรูปยืนทำด้วยไม้ ๒ องค์ มีเสาไม้แก่น บานประตูไม้ ก้นโอทำด้วยไม้ ๑ ใบ และอิฐแตกหักในถ้ำโดยมาก แม้จะยังไม่แน่ชัดว่าชื่อเรียก ถ้ำพระราม เปลี่ยนเป็น ถ้ำเจ้าราม เมื่อใด แต่ในบันทึกการสำรวจดังกล่าวได้ให้ข้อสังเกตว่า “ถ้ำพระรามนี้ คำราษฎรเรียกว่า ถ้ำเจ้าราม…” ซึ่งน่าจะเป็นการบอกโดยนัยว่าถ้ำพระรามเป็นชื่อทางการ ส่วนถ้ำเจ้ารามเป็นชื่อที่ชาวบ้านเรียกกัน ชาวบ้านโดยส่วนใหญ่เชื่อว่าถ้ำเจ้ารามเป็นสถานที่พักผ่อนของพ่อขุนรามคำแหง ในขณะที่ชาวบ้านบางส่วนจะเอ่ยถึงถ้ำเจ้ารามในทางปาฏิหาริย์ มีเรื่องเล่าต่อกันมาว่า ในช่วงวันโกนวันพระจะมีผู้ได้ยินเสียงมโหรีปี่พาทย์ดังกังวานออกมาจากถ้ำ บ้างพบเห็นคนแต่งชุดไทยโบราณเดินอยู่ในถ้ำ บ้างเห็นดวงไฟขนาดใหญ่ลอยออกจากถ้ำ ข้ามไปยังถ้ำที่อยู่ฝั่งตรงข้าม

ส่วนชาวบ้านที่เคยเข้าไปภายในถ้ำเล่าว่า “ถ้ำเจ้ารามเป็นถ้ำตัน ไม่มีทางทะลุไปออกที่อื่น แต่สามารถเดินลัดเลาะตามสันเขาไปถึงจังหวัดลำปางได้ ภายในถ้ำมีทั้งส่วนที่เป็นเพดานสูงราวตึก ๒ ชั้น และส่วนที่เป็นหุบเหวลึกลงไปกว่าความสูงของตึก ๒ ชั้น ผนังถ้ำบางช่วงเต็มไปด้วยหินงอกหินย้อยที่ส่องแสงเป็นประกายแวววาว มองดูคล้ายรูปสัตว์นานาชนิด” โดยชาวบ้านได้ตั้งชื่อเรียกโถงถ้ำแต่ละห้อง เช่น ถ้ำประทุน พะองยาว รูไต้ดำ ปากเหวเล็ก และปากเหวใหญ่ เป็นต้น

 

ภาพหน้าตัดของถ้ำเจ้าราม จะเห็นว่าภายในถ้ำแบ่งเป็น ๑๐ โถง โดยชาวบ้านได้ตั้งชื่อเรียกต่างๆ กัน เช่น ถ้ำประทุน พะองยาว รูไต้ดำ เป็นต้น (ภาพ : หนังสือค้างคาวถ้ำเจ้าราม)

 

ปัจจุบันถ้ำเจ้ารามอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าถ้ำเจ้าราม อำเภอบ้านด่านลานหอย จังหวัดสุโขทัย ข้อมูลจากการสำรวจโดยกลุ่มงานวิจัยสัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๒ ระบุว่า ถ้ำเจ้ารามเป็นถ้ำขนาดใหญ่บนภูเขาหินปูน มีทางเข้า ๒ ทางอยู่ใกล้กันทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ ภายในถ้ำเป็นทางตัน มีความยาว ๑,๐๙๑ เมตร หรือพื้นที่ทั้งหมดราว ๔,๗๑๘ ตารางเมตร แบ่งเป็น ๑๐ โถง บางโถงเพดานต่ำ บางโถงเพดานสูง แต่ละโถงจะมีผนังกั้นและมีอุโมงค์เชื่อมเข้าหาโถงใหญ่ ซึ่งเป็นโถงหลักที่อยู่บริเวณช่วงกลางของถ้ำ โถงกลางนี้เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อศิลา มีลักษณะเป็นเนินและพื้นลาดเทลงไป ใกล้กับลานที่เคยเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อศิลามีปล่องสูงราว ๗๐ เมตร ซึ่งเกิดจากการยุบตัวของเพดานถ้ำ ทำให้มีแสงสว่างลอดผ่านลงมาได้

 

อ่านเนื้อหาเต็มได้ที่ : วารสารเมืองโบราณ ปีที่ ๔๓ ฉบับที่ ๒